murakami

ถึงคุณ, มูราคามิ

posted on 13 Sep 2007 14:55 by iwalktheline in Books

*** นี่ไม่ใช่รีวิวหรือวิพากษ์หนังสือนะ เป็นการบอกเล่าความรู้สึกส่วนตัวของเราที่มีต่อหนังสือเล่มนี้เท่านั้น บังเอิญว่าน้องเมอร์เข้ามาคอมเม้นท์เอ็นทรี่ก่อนโน้นด้วยประโยคจากหนังสือเล่มนี้ไง

ทุกครั้งที่ฟังเพลงนี้ ความทรงจำเหนือจริงบางประการเกี่ยวกับการอ่านหนังสือเล่มหนึ่งจะฟุ้งขึ้นมาครอบครองพื้นที่ในจิตใจ

ความทรงจำเหนือจริงบางประการเกี่ยวกับอ่านหนังสือเล่มหนึ่งจะล่องลอยขึ้นมาครอบคลุมบรรยากาศรอบตัว

ไม่รู้ชัดว่าเป็นเพราะอิทธิพลของเสียงซีตาร์หรือเป็นเพราะว่าตัวหนังสือของมูราคามิ...

ก่อนมาถึง Norwegian Wood ข้าพเจ้าผ่านการผจญภัยในไตรภาคมุสิก(สดับลมขับขาน Hear the wind sing, Pinball 1973, แกะรอยแกะดาว The Wild Sheep Chase) มาโดยไม่มีส่วนใดในร่างกายชำรุดเสียหาย

หยิบ "ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย" ขึ้นมาอ่านโดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะถูกคุณลุงชาวญี่ปุ่นกระทำชำเรายับเยิน...ที่หัวใจ

ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าเคยทะนงตนเสมอว่าเป็นคนอ่านหนังสือเร็วและจับใจความได้แม่นยำ แต่ฮารุกิ มูราคามิปล่อยหมัดน็อกใส่ข้าพเจ้าตั้งแต่เล่มแรกของไตรภาคมุสิก

"โอ๊ย หนังสือเชี่ยไรเนี่ย เส้นเรื่องอยู่ไหนวะ ไอ้ห่า แล้วประเด็นของแม่งคือไรวะ แสดดดด"

จำได้ว่าอ่านไปด่าไปพลางแช่งคนเขียนให้ไปลงนรก 555

แต่ไม่รู้ว่าทำไมต้องซื้อพินบอล 1973 มาอ่านต่อทั้งที่คิดว่าคนเขียนมันบ้า หรือมูราคามิแกเล่นไสยศาสตร์ หงส์ร่อนมังกรรำใส่หนังสือ อันนี้อุบาทว์

จนมาถึง Norwegian Wood วันที่ข้าพเจ้าอ่านหนังสือเล่มนั้นข้าพเจ้าอายุ 19 ปี

ช่วงชีวิตตอน 19 หรือ 20 เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของชีวิต บุคลิกเฉพาะตัวจะก่อตัวขึ้นมาในช่วงนี้ หากปล่อยให้ภาพนั้นบิดเบี้ยวเสียรูปร่าง ภาพนั้นจะตามหลอนคุณ

ตอนนี้ข้าพเจ้าอายุ 22 แล้วแต่พิมพ์ประโยคนี้ไปยังรู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

ยิ่งอ่านยิ่งเศร้ายิ่งอ่านยิ่งจมลึก ต้องยอมรับประการหนึ่งว่าหนังสือของมูราคามิทำให้คนหมกมุ่นกับตัวเอง นาทีนั้นมันทำให้ข้าพเจ้าเฝ้าครุ่นคิดถึงชีวิตและวันเวลาของตัวเอง นาทีนี้มันทำให้ข้าพเจ้าเฝ้ารำลึกถึงวันเวลาในช่วงนั้น

วัยหนุ่มสาวนั้นหอมหวานและทุกข์ทรมานไปพร้อมๆกัน

เรามองโลกสดใส เพื่อจะพบว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เราตกหลุมรัก เพื่อจะรู้จักความเจ็บปวด

เราตั้งคำถาม เพื่อจะตามหาคำตอบที่ไม่มีอยู่จริง

เราฝันและหวัง เพื่อจะรู้ว่าต้องใช้พลังมหาศาล,ไม่ให้มันเลือนหายไปกับชีวิตจริง, ยังไม่พูดว่าต้องใช้พลังอีกเท่าไหร่ในการทำให้มันเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา

แต่นี่ใช่ไหม? ความหวานและความทรมานชนิดนี้ใช่ไหม? ที่เป็นเสน่ห์ของวัยหนุ่มสาว

เพราะความรู้สึกชนิดนี้เกิดขึ้นได้ช่วงเดียวในชีวิตคนเรา

"ฉันบกพร่องเว้าแหว่งมากกว่าที่คุณจะทราบได้ ความป่วยไข้ของฉันหยั่งรากลึกเกินกว่าที่คุณจะเดา

ตอนอ่านข้าพเจ้าเผลอคิดว่าเลสลี่ จางบินไร้ขาออกมาจาก Days of being wild

แต่ความบกพร่องเว้าแหว่งนั้นเป็นของมนุษย์ทุกคน เชล ซิลเวอร์สเตนวาดสมุดภาพ Missing Piece ออกมาเพราะเหตุนี้

หรือเราต้องการใครสักคนเพียงเพราะต้องการยืนยันกับตัวเองว่าเราสมบูรณ์?

ความตายดำรงอยู่, มิใช่ภาคตรงข้าม, หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

วันที่อ่านหนังสือเล่มนี้ข้าพเจ้าอายุ 19 ปี วันที่พ่อตาย,ข้าพเจ้าอายุ 18 ปี ไม่ทราบว่าจะเกินไปหรือไม่ ถ้าจะบอกว่าข้าพเจ้าเข้าใจโทรุเป็นอย่างดี-เมื่อนาโอโกะจากไป ข้าพเจ้าเคยคิดจะทำหนังถึงพ่อ-ผู้ชายธรรมดาผู้ซึ่งมีอาชีพเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน แต่บางเรื่องราวจำเป็นต้องอาศัยเวลาเพื่อทำความเข้าใจกับความรู้สึกและบาดแผลบางประการที่เป็นส่วนตัวเหลือเกิน วันไหนข้าพเจ้ามีความพร้อมทางจิตใจเพียงพอก็คงจะทำ เพราะรู้สึกว่าต้องทำ ไม่ได้จะทำเพื่อความยิ่งใหญ่ใดๆในโลกนี้ แค่รู้สึกว่าต้องทำ

เมื่อถึงบรรทัดสุดท้าย, เช่นเดียวกับภาพยนตร์บางเรื่อง หรือเพลงบางเพลงที่กระทบจิตใจข้าพเจ้าอย่างรุนแรง,ข้าพเจ้าไม่ร้องไห้ได้แต่นิ่งซึม ถามตัวเองในใจว่าลุงคนนี้มาทำกูทำไมวะเนี่ย???

เราทุกคนบกพร่องเว้าแหว่งและมีบาดแผลเป็นการส่วนตัว

หนังสือบางเล่มและนักเขียนบางคน

ตัวหนังสือของเขาทำให้ข้าพเจ้ารู้จักตัวเองดีขึ้น

หมายเหตุครั้งที่ 1ความดีงามของหนังสือมูราคามิภาคภาษาไทยครึ่งหนึ่งเป็นของคุณนพดล เวชสวัสดิ์ นักแปลระดับเทพผู้มาพร้อมสำนวนชำเราจิตใจ

หมายเหตุครั้งที่ 2

การอ่านหนังสือเล่มนี้พาข้าพเจ้ามาพบพานกับจอห์น, พอล, ริงโก้ และจอร์จ ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าเป็นเด็กสูตรโคตรๆ (สูตรการฟังเพลงของเด็กไทยที่เกิดในปี 2524-2529 อาร์เอส-คีตา-ฮอตเวฟยุคป๋าเต็ด-เบเกอรี่-แฟต เคยบ้าแร็พเตอร์จะเป็นจะตายนะเว่ย 555) ทว่าหมายเหตุท้ายเล่มที่มูราคามิบอกว่าแกฟังอัลบั้ม Sgt.Pepper's Lonely Hearts Club Bandซ้ำไปซ้ำมาระหว่างเขียนหนังสือเล่มนี้ ทำให้ข้าพเจ้าใคร่รู้ขึ้นมาทันทีว่าไอ้สี่หนุ่มนี้มันมีดีอะไร??? และข้าพเจ้าก็ตกหลุมรักสี่หนุ่มเลยเถิดมาจนถึงทุกวันนี้

หนังสือของมูราคามิทุกเล่มอวลไปด้วยกลิ่นวัฒนธรรมป๊อปตะวันตก ตัวเอกอ่านหนังสือของสก๊อต เอฟ.ฟิตซ์เจอรัลด์ เปิดผับแจ๊ซ ฟังเพลงสากล (เหล่านี้ก็คือตัวมูราคามิเองนั่นแหละ) อาจเป็นเพราะเหตุนี้-มันจึงร่วมสมัยและสากล ถ้าตัวเอกในหนังสือมูราคามิอ่านปลาบู่ทอง ฟังเพลงฉ่อย เขาคงไม่ดังในอเมริกา (ไม่ได้ดูถูกศิลปะพื้นบ้านไทยนะ แค่ยกตัวอย่างเฉยๆ กูก็โตมากับหนังจักรๆวงศ์ๆช่อง 7 ตอนเช้านั่นแหละน่า เกราะเพชรเจ็ดสี,โสนน้อยเรือนงาม,ดิน น้ำ ลม ไฟ 555 ใครไม่เคยดูถือว่าวัยเด็กไม่สมบูรณ์)

หมายเหตุครั้งที่ 3

แต่เพลง Norwegian Wood(This Bird Has Flown) นี่ไม่ได้อยู่ในอัลบั้ม Sgt.Pepper's Lonely Hearts Club Band นะ มันอยู่ในอัลบั้ม Rubber Soul ก็ไม่รู้ว่ายังไงของลุงแกเหมือนกัน ฟังอัลบั้มนึงแต่ผ่าไปเอาชื่อเพลงอีกอัลบั้มนึงมาตั้งเป็นชื่อหนังสือ

หมายเหตุครั้งที่ 4

สำหรับแฟนๆของลุง

http://www.onopen.com/2007/editor-spaces/2105

ป.ล.หอกลางจุฬาฯมีหลายเล่มเหมือนกัน นอกจากนี้ที่ข้าพเจ้าเคยอ่านก็มีการปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก (South of the border, West of the sun)อาฟเตอร์ เดอะ เควก (After the quake)รักเร้นในโลกคู่ขนาน (Sputnik Sweetheart), เริงระบำแดนสนธยา (Dance Dance Dance), แดนฝันปลายขอบฟ้า (Hard-boiled Wonderland and the End of the World) ใครเคยอ่านเล่มไหนแลกเปลี่ยนได้นะ อ้อ ใครมีนอกเหนือจากนี้เอามายืมหน่อย 555