Music

ก่อนเข้าสู่ไตรมาสที่ 4 ของปีมีมิวสิควิดีโอสัญชาติไทยสองเพลงที่ข้าพเจ้า และผองเพื่อนเห็นว่าโดดเด้งชนะเลิศควรค่าแก่การกล่าวขวัญถึง

อันตัวข้าพเจ้านั้นเคยชื่นชมไอเดียบรรเจิดเลิศล้ำหลุดโลกในมิวสิควิดีโอของ Michel Gondry อย่างมาก(แกคือผู้กำกับหนังสุดจี๊ดในดวงใจใครหลายคน"ลบเธอให้ไม่ลืม"Eternal Sunshine of the Spotless Mindล่าสุดกอนดรี้กำกับDance Tonight ให้เซอร์พอล แม็คคาร์ตนี่ย์ http://www.youtube.com/watch?v=G_vhtiFd7x4ขอนอกเรื่องนิดนึงว่าเซอร์พอลแม่งหล่อเด็ดเลยว่ะขนาดแก่แล้วนะเนี่ยตอนหนุ่มหล่อกว่า Steven Gerrard อีก)

แต่ยังก่อน...กอนดรี้ยังก่อน

"หวง"ต่างหากคือตัวแม่!!!!!!!

และปานธนพรคือโคตรสุดยอดของเฟมินิสต์ในประวัติศาสตร์ถัดจากซีโมนเดอ โบวัวร์ (อีดอกนี่เป็นใคร??? ขี้เกียจอธิบาย ไปเคาะวิกิพิเดียเอาเองอ่ะนี่ ทำ linkให้ http://en.wikipedia.org/wiki/Simone_de_Beauvoir)

เพราะฉะนั้นเอ็มวีหวงจึงเป็นโคตรสุดยอดเอ็มวีในประวัติศาสตร์ตัวแม่แห่งเฟมินิสต์ถัดจากซีโมน เดอ โบวัวร์

ด้วยองค์ประกอบดังต่อไปนี้

ผู้ชายหน้าตางงๆจำนวน 3 คน(งงๆว่า...แย่งกันทำเหี้ยไร)

ปานใส่เสื้อกั๊กบนดาดฟ้า(ไม่ร้อนเหรอวะ? แล้วทำไมต้องขึ้นไปร้องเพลงสูงๆด้วย????)

คลิปตบในมือถือของหนูแหวน(เอ่อ ผู้หญิงคนนี้คลิปแก้ผ้ากูยังไม่สนเลยยยยคือรวยกับสวยคนละประเด็นกัน)

ชมพู่เดือดส้นสูงเฉาะกบาลกลางแคตวอล์ก (อันนี้ชอบนึกถึงละครเอ็กแซ็กท์เรื่องมารยาริษยาเพียงดาวกับดีนี่ สินจัยกะลูกเกดจำได้ว่ามันส์มาก)

และไฮไลท์คือ...

"หิวนักก็กินซะ"

ไก่ มีสุขกับอาหารหมาชั้นต่ำไร้ยี่ห้อโนโลโก้(ตอนนี้เจ๊แกโดนพันทิปถล่มยับเยิน มีกระทู้รวม 50 คำผิดของไก่ มีสุข ตั้งกระทู้โดยเป็ดมีทุกข์ 555)

เมื่อค่อนศตวรรษที่แล้ว ซีโมน เดอโบวัวร์ (อีกละ) หล่นถ้อยคำประวัติศาสตร์ไว้ว่า

"ผู้หญิงไม่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิงแต่ถูกทำให้เป็นผู้หญิง"

ปี 2007 พุทธศักราช 2550 ปาน ธนพรโคตรสุดยอดของเฟมินิสต์ในประวัติศาสตร์ถัดจากซีโมน เดอ โบวัวร์หล่นประโยคประวัติศาสตร์ล่าสุดไว้ว่า

"ฉันหวง ฉันมาทวงของฉันคืนฉันไม่เคยแย่งของคนอื่น"

(ใครคือคนแรกที่สถาปนาตำแหน่งเฟมินิสต์แห่งประเทศไทยให้ปานวะ??? อยากรู้จริงๆนะเนี่ย)

อืมมมใครรู้บ้างว่าคนแต่งเพลง+ผู้กำกับเอ็มวีชื่ออะไร บอกหน่อย

แต่...

ในเมื่อเหนือฟ้ายังมีฟ้าเหนือตัวแม่ก็ต้องมีตัวแม่กว่า

ยังเหลืออีกสามเดือนกว่าจะสิ้นปีแต่ข้าพเจ้าค่อนข้างเชื่อว่าจะไม่มีเอ็มวีไทยหน้าไหนกล้าท้าชิงตำแหน่งนี้ (นอกจากเอ็มวีเพลงอื่นของมันเองนั่นแหละ)

Music Video แห่งปีได้แก่...

ปากดี ขี้เหงา เอาแต่จายยยย ของมีล่า จ้ะ

เอ็มวีมีความเป็นโพสต์โมเดิร์น (Postmodern) สูงมากเพราะถอดรื้อโครงสร้าง (Deconstruction) องค์ประกอบต่างๆดังต่อไปนี้

1.มีล่าและขนมจีน (หรือขนมจีบน้องเค้าชื่อไรนะ?) มาพร้อมกับคอสตูมสุดพังค์ คนนึงพังค์ญี่ปุ่น (เป็นนานะ)คนนึงพังค์อังกฤษ (เป็นวิเวียน เวสต์วูด)น้องใส่เสื้อประมาณแปดเลเยอร์ครึ่งเหมาะกับสภาพอากาศแดดเปรี้ยงในเอ็มวีมาก พระเอกก็แต่งตัวเป็นเด็กบอร์ด ไปกันได้ดีมี Unity ทีเดียวพังค์กับบอร์ด อีกทั้งดนตรีของน้องก็พัง(ค์)มากๆมีล่าแสดงให้เห็นว่าคอสตูมกับดนตรีนั้นไม่มีความจำเป็นต้องสอดคล้องกันหรืออีกนัยหนึ่งคือ "กูอยากแต่งอะไรก็แต่ง"ถือเป็นการถอดรื้อโครงสร้างขั้นต้น

2.แว่วมาว่าน้องอายุ 13 แต่หน้าน้องนั้น 23 พี่ว่ายังน้อยไป ถือเป็นการข้ามเส้นแบ่งในเรื่องเวลาเป็นโพสต์โมเดิร์นจ้ะ

3.ในเอ็มวีน้องคอยช่วยเหลือพระเอกจากภยันตรายต่างๆนานาที่ไม่ทราบสาเหตุและที่มาที่ไปยังกับ Final Destination ถือว่าน้องบูชาครู นำของเก่ามาตีความใหม่เช่นเดียวกับวิศิษฎ์ ศาสนเที่ยงเช่นเดียวกับเควนติน ตารันติโน่และเอ็มวีของน้องทั้งสอง มีความเชื่อมโยงกันอยู่ ราวกับ Chungking Express ของพี่หว่อง สุดยอดดดดดดดดดดด

4.ดูเอ็มวีแล้วย้อนไปสมัยยังละอ่อน นึกถึงเอ็มวีแร็พเตอร์สุดๆโดยเฉพาะฉากที่พระเอกร้องเพลงอยู่ในงานอะไรซักอย่างแล้วน้องขึ้นไปแย่งไมค์มาร้องเอง คนดูข้างล่างทำหน้าเหวออยู่ซักพักก่อนจะหันไปพยักเพยิดให้แก่กันว่า "เธอดูสิ ยัยคนนี้แก่นเซี้ยวแสนซนดีจังเลยนะเธอ"นั่นละ แร็พเตอร์กลับชาติมาเกิด เพียงแต่นี่คือแร็พเตอร์เพศเมียที่ร้องกันคนละทีฉะนั้นเป็นโพสต์โมเดิร์นด้วยเหตุผลเดียวกับข้อ 4

5.สร้างนวัตกรรมใหม่ในการออกเสียงภาษาไทยทำลายข้อจำกัดทางภาษาและการจำกัดความ (จนกูไม่ค่อยแน่ใจว่าน้องร้องเพลงภาษาอะไรอยู่) ด้วยคำว่า "ข้าวจชายป้ะ" "เออ ก้อแด้ะ" และ "ปากดี ขี่หงาวววววววววว (ตวัดเสียงสูงๆๆๆ สูงอีก) อาวแท่ใช" สะกดไม่ค่อยถูกเว้ย

ด้วยความโพสต์โมเดิร์นทั้งหมดที่กล่าวมานี้ขอยกตำแหน่งเอ็มวีแห่งปีให้น้องครอบครองโดยเอกฉันท์นะจ๊ะ

ป.ล. RS come back แล้วว่ะทั้งเฟย์ ฟาง แก้ว ทั้งขนมจีน มีล่า และ "ไม่ใช่ลม แต่เป็น...พายุ"

ป.ล.อีกทีแต่ชอบประโยคนี้ในเพลงตามใจปากของน้องขนมจีนนะ "แค่ขอให้เธอมาฟังไม่หวังให้เธอมาแคร์" ดูเป็นกลอนสุภาพมีสัมผัสนอกสัมผัสใน

ป.ล.แถม ไหนๆก็พูดเรื่องเอ็มวีละ ถามหน่อย ใครเคยดู mv เพลง Closer ของ Travis บ้าง คือกูอยากรู้มากเลยว่าทราวิสมันเลียนแบบซากอ้อย โจ๊ก โซคูลใช่มะ??? ใครไม่เคยดูเอา link ไปดู แล้วช่วยตอบหน่อย สงสัยมาหลายเดือนแล้ว เครียด อยากได้คำตอบ http://www.youtube.com/watch?v=x16rGcxDvIo

The Blower's Daughter

posted on 23 Feb 2007 01:12 by iwalktheline  in Music

The Blowers Daughter

By Damien Rice

And so it is

Just like you said it would be

Life goes easy on me

Most of the time

And so it is

The shorter story

No love, no glory

No hero in her sky

I can't take my eyes off of you

I can't take my eyes off you

I can't take my eyes...

And so it is

Just like you said it should be

We'll both forget the breeze

Most of the time

And so it is

The colder water

The blower's daughter

The pupil in denial

I can't take my eyes off of you

I can't take my eyes off you

I can't take my eyes...

Did I say that I loathe you?

Did I say that I want to

Leave it all behind?

I can't take my mind off of you

I can't take my mind off you

I can't take my mind off of you

I can't take my mind off you

I can't take my mind...

My mind...my mind...

'Til I find somebody new

ผู้กำกับไมค์ นิโคลส์เลือกเพลงนี้

บรรยายความสัมพันธ์สลับทับซ้อนของคนสี่คนใน Closer

หนังที่พูดถึงเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

ได้อย่างเศร้าสร้อย ปวดร้าว ทว่าจริงอย่างที่สุด

(อีกเรื่องที่ปวดร้าวและจริงไม่แพ้กันคือ 5*2 ของฟรองซัวส์ โอซง

ติด Top Ten หนังสุด appreciate ของเราทั้งสองเรื่องอ่ะ)

ว่ากันว่า เดเมียน ไรซ์ แต่งเพลงนี้

ให้กับลูกสาวของครูสอนคลาริเน็ตที่เขาหลงรัก

แต่รักนั้นไม่อาจเป็นไปได้

เพราะเธอเด็กเกินไปสำหรับเขา

ว่ากันว่าตอนที่เขาบันทึกเสียงเพลงนี้

เขาขอให้เธอมานั่งอยู่ในห้องบันทึกเสียงด้วย

แปลกดี

เพลงนี้ทำให้เราไพล่ไปนึกถึงนิยายอีกเรื่องหนึ่ง

ว่าด้วยความรักต่างวัยที่ไม่มีทางเป็นไปและปวดร้าวไม่แพ้กัน

เราเคยอ่านข้างหลังภาพของศรีบูรพาตอนม.3

ตอนนั้นอาจจะยังเด็กเกินไป

ม่รู้สึกอะไรเลย

ไม่นานวันที่ผ่านมา

เราเข้าไปนั่งเล่นในห้องกนท.

เจอหนังสือเล่มนี้วางกองๆอยู่เลยหยิบมาอ่าน

ม.3กับปี 4

หกปีคงมีเรื่องราวระหว่างทางมากมายที่เปลี่ยนเรา

จากเฉยๆกลายเป็นโคตรเศร้า เ

ป็นความเศร้าชนิดที่จะไม่มีใครร้องไห้

แต่ซึมลึกอยู่ข้างใน

จนน่าสงสัยว่าถ้ายังมีชีวิตอยู่

คนเราก็ต้องอยู่กับความเศร้าชนิดนี้

ตลอดไป-- อย่างนั้นหรือ?

ความทรงจำเป็นทั้งของขวัญและคำสาปในเวลาเดียวกัน

มนุษย์สามารถจดจำช่วงเวลางดงาม แต่ก็ไม่อาจลบเลือนช่วงเวลาหม่นเศร้า

และบางทีความทรงจำงดงามจนไม่ยอมจากไปไหนนั่นเอง

-- ที่ทำให้คนเราหม่นเศร้า

เดเมียน ไรซ์บอกว่าเราควรจะลืมสายลมที่พัดผ่านมา

ทิ้งทุกอย่างไว้กับกาลเวลาให้ล่วงเลยไป

แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องยอมรับว่า

I can't take my mind off you

อย่างไรก็ตาม

ไม่ว่า The Blowers Daughter จะเป็นบทเพลงแสนเศร้าสักเพียงไหน

เดเมียน ไรซ์ ยังหลงเหลือความหวังสำหรับวันต่อไป

อย่างที่เขาร้องไว้แผ่วเบาตอนจบเพลงว่า 'Til I find somebody new

เพราะถึงที่สุดแล้ว

แม้ใครจะเดินจากไป

ชีวิตก็ยังคงอยู่

ทว่าใครบางคนก็ทำได้เพียงแค่ฝังตัวเองให้จมลึกลงไปในอดีต

เรื่องราวข้างหลังภาพ มิตาเกะ ยังคงอยู่ในใจคุณหญิงกีรติจนวันสุดท้าย

ในขณะที่นพพรลืมเลือนมันไปนานแล้ว

ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่าฉันมีคนที่ฉันรัก

ศรีบูรพาเสกสร้างให้คุณหญิงกีรติจมอยู่กับความเศร้าแสนหวานตลอดชีวิตของเธอ

ชีวิตจริงคงไม่หม่นเหงาเท่านิยาย

แต่ปฏิเสธได้หรือ?

ว่าบางเวลาคนที่เคยผ่านเข้ามาก็กลับมายืนเคียงข้างเราอีกครั้งในความทรงจำ

อาจเป็นช่วงเวลาที่เรายืนมองเม็ดฝนร่วงหล่นจากบนฟ้า

อาจเป็นช่วงเวลาตอนเย็นของบางวัน

อาจเป็นสถานที่ที่เราเคยเดินด้วยกัน

อาจเป็นของขวัญที่เคยซื้อให้

อาจเป็นขนมที่ใครคนนั้นชอบนักชอบหนา

บางทีเราก็ต้องยอมรับว่า

คนบางคนผ่านมา แต่ไม่เคยผ่านไป

(โปสเตอร์สวยชิบหาย หนังเศร้าจะตาย ฟรองซัวส์ โอซง แม่งสุดยอด)



Music is WEAPON!!!

posted on 22 Feb 2007 17:23 by iwalktheline  in Music

คือดนตรีที่เปลี่ยนแปลงโลก

1.
อาจเป็นเพราะลมหนาวปลายเดือนธันวา ถนนคนเดินท่าแพแห่งเชียงใหม่ -แดนดินล้านนาที่มีเสน่ห์เย้ายวนไม่เสื่อมคลาย- จึงคึกคักเป็นพิเศษ ถนนสายยาวคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ, เดินเบียดเสียดเลือกจับจ่ายสินค้าสองข้างทางตามความพอใจ หากเป็นกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าอาจหงุดหงิดขัดใจกับจำนวนหลายหมื่นของผู้คน แต่ไม่ใช่ที่นี่, ไม่ใช่คืนนี้, คืนที่บรรยากาศแสนดีและอากาศเย็นสบาย ผู้คนมากมายย่อมไม่ใช่ปัญหา

ข้าพเจ้าเดินเล่นจนเกือบสุดถนน พลันสายตาปะทะกับรถตู้โฟล์คสวาเก้นสีชมพูพาสเทลซึ่งถูกดัดแปลงเป็นรถขายกาแฟสด แลดูน่ารักน่าอุดหนุน แต่สิ่งที่ตรึงความสนใจของข้าพเจ้าจนต้องชะลอฝีเท้าคือเสียงเพลงจากเครื่องเล่นซีดี, ที่เจ้าของร้านกาแฟเคลื่อนที่เปิดขับกล่อมผู้คนในบริเวณใกล้เคียง




How many roads must a man walk down
Before they call him a man?
How many seas must a white dove sail
Before she sleeps in the sand?
How many times must the cannon balls fly
Before they're forever banned?
The answer, my friend, is blowin' in the wind
The answer is blowin' in the wind.

How many years must a mountain exist
Before it is washed to the sea?
How many years can some people exist
Before they're allowed to be free?
How many times can a man turn his head
And pretend that he just doesn't see?
The answer, my friend, is blowin' in the wind
The answer is blowin' in the wind.

How many times must a man look up
Before he can see the sky?
How many ears must one man have
Before he can hear people cry?
How many deaths will it take
'Till he knows that too many people have died?
The answer, my friend, is blowin' in the wind.
The answer is blowin' in the wind

The answer is blowin' in the wind



Blowin' in the wind เป็นเพลงโฟล์ค เป็นเพลงประท้วง และเป็นบทเพลงเพรียกหาสันติภาพแห่งยุค 60s ทศวรรษที่หกสิบของศตวรรษที่ผ่านมาคือช่วงเวลาที่มีสีสันมากที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ปฏิวัติคิวบา/สงครามเย็น/ความตายของเช เกวารา/การลอบสังหารจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ,โรเบิร์ต เคนเนดี้, มาร์ติน ลูเธอร์ คิง/เทศกาลดนตรีวู้ดสต็อค/นีล อาร์มสตรองเหยียบดวงจันทร์ ฯลฯ ไปจนถึง -- คนหนุ่มสาวออกมาเดินตามถนน ต่อต้านสงครามเวียดนาม เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคม ทวงถามถึงอิสรภาพและเสรีภาพ

ข้าพเจ้าทึ่งเมื่อได้รู้ว่าบ๊อบ ดีแลน แต่งเพลงนี้เมื่อเขาอายุ 21 ปี ในวันวัยนั้นเขาตั้งคำถามกับโลกว่า มนุษย์ต้องมองขึ้นไปสักกี่หน จึงจะเห็นท้องฟ้าเบื้องบน คนเราจักต้องมีสักกี่โสต จึงจะสดับเสียงร่ำไห้ของผู้คน ความตายต้องมาเยือนสักกี่ครั้ง กว่าจะรู้ว่าผู้คนสูญเสียมากเกินไปแล้ว และเขาได้ทิ้งท้ายเอาไว้ ส่วนคำตอบนั้นเล่า...อยู่ในสายลม

นาทีนี้ เวลาผ่านมากว่าสี่สิบปี บ๊อบ ดีแลนเปลี่ยนจากหนุ่มน้อยวัยต้นยี่สิบกลายเป็นคุณปู่วัยหกสิบห้า และยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการดนตรี แต่สำหรับคำถามของเขา ไม่ว่าเวลาผ่านนานเท่าไหร่ บางสิ่งกลับไม่เคยเปลี่ยนแปลง อเมริกายังคงส่งทหารเข้าไปในอัฟกานิสถานและอิรัก การเรียกร้องประชาธิปไตยในเนปาลแลกมาด้วยเลือดและชีวิต โลกอาหรับไม่มีวันยอมรับอิสราเอล เหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในประเทศไทยรุนแรงขึ้นทุกขณะ


ณ ถนนคนเดิน, อากาศควรอุ่นกว่านี้ ความรู้สึกน่าจะเบิกบานกว่านี้ เพราะมันก็คือสถานที่เดิม -- ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที ข้าพเจ้ากำลังใช้จ่ายเวลาและความเริงรื่นร่วมกับผู้คนเรือนแสน

บางที อาจเป็นเพราะคำตอบที่อยู่ในสายลมนั่นหรือเปล่า? ที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกหนาวและเศร้าใจอย่างไร้เหตุผล.

2.

ด้วยความสูงกว่า 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สุภาษิตไทยบอกไว้ว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว นั่นก็จริงอยู่ แต่สิ่งที่สุภาษิตไทยไม่ได้บอกก็คือ ยิ่งสูงเท่าไรก็ยิ่งใกล้ดาว...นี่ก็จริงเช่นกัน


ค่ายกลางปี/คืน 13 ตุลา 49 /หมู่บ้านห้วยคุ/จังหวัดเชียงราย

นอกจากข้าวปลาอาหาร นอกจากเหล้าป่าดีกรีแรง นอกจากน้ำใจของชาวม้ง ยังมีบางสิ่งซึ่งบ้านห้วยคุกำนัลแด่ชาวเราโดยไม่คิดราคา ภาพที่ยังคงติดตาตรึงใจข้าพเจ้าจนทุกวันนี้คือ ทะเลดาว ดวงดาวนับแสนนับล้านทอแสงสกาว ในนาทีที่ข้าพเจ้าเงยขึ้นมองฟ้าเหนือเทือกเขาถนนธงชัย คาดว่าใครและใครที่ได้เห็นภาพเดียวกันก็คงจดจำไว้ในหัวใจ สำหรับข้าพเจ้า ยังไม่มีดาวแห่งหนตำบลไหนสวยกว่าดาวที่ห้วยคุ

ในวงประชุมค่าย (นอกจากวรรคทองของน้องชายคนหนึ่งที่เอื้อนเอ่ยออกมาราวกับผีพระเอกลิเกเข้าสิงว่า ถ้าดวงตาเป็นกล้องถ่ายรูป อยากจะคลิกภาพเอาไว้ แล้วเปิดให้คนที่รักดู เรียกเสียงฮาปนเสียงด่าได้พอประมาณ) ชาวค่ายช่วยกันร้องเพลงแบบที่เรียกว่าเพลงเพื่อชีวิต ไล่เรียงตั้งแต่ เดือนเพ็ญ, เธอวันนี้, ทานตะวัน, ด.ญ.ปรางค์, ผิงดาว, วันเวลา, ทะเลใจ ฯลฯ แต่ในใจข้าพเจ้านั้นกำลังคิดถึงเพลงที่ทุกคนไม่ได้ร้อง


พร่างพรายแสง ดวงดาวน้อยสกาว
ส่งฟากฟ้าเด่นพราวไกลแสนไกล
ดั่งโคมทอง ผ่องเรืองรุ่งในหทัย
เหมือนธงชัย ส่งนำจากห้วงทุกข์ทน

พายุฟ้า ครืนข่มคุกคาม
เดือนลับยาม แผ่นดินมืดมน
ดาวศรัทธา ยังส่องแสงเบื้องบน

ปลุกหัวใจปลุกคนอยู่มิวาย
ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ

คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย

ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาวยังพรายอยู่จนฟ้ารุ่งราง




จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนคนสำคัญของไทย --ผู้สวมหมวกหลายใบ ทั้งกวี นักประวัติศาสตร์ นักคิด นักเขียน นักแปล นักวิจารณ์ นักนิรุกติศาสตร์ นักวิชาการ และนักปฏิวัติ--แต่งเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา ในนามปากกา สุธรรม บุญรุ่ง เมื่อครั้งติดคุกลาดยาวตั้งแต่ปี 2501-2507 ด้วยข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ และสมคบกันกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลเผด็จการของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้อำนาจปราบปรามผู้มีความคิดเห็นแตกต่าง ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นนักศึกษา นักหนังสือพิมพ์ ชาวนา ประชาชน กรรมกร หรือแม้กระทั่งพระสงฆ์


เดือนตุลาคม พ.ศ.2508 จิตร ภูมิศักดิ์ ในนามสหายปรีชา เดินทางสู่ภาคอีสานเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพื่อยืนยันเจตนารมณ์และอุดมการณ์ เช่นที่จิตรเคยแปลบทกวีประชาชนของประเทศอาร์เมเนียไว้ว่า

เพื่อลบคราบน้ำตาประชาราษฎร์
สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์
แม้นชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน
จักน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน


เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2509 สหายปรีชาถูกล้อมยิงเสียชีวิต ณ บ้านหนองกุง จ.สกลนคร

................

เวลาล่วงเข้าวันใหม่ วันที่ 14 ตุลาคม 2549

ชาวค่ายกว่าสี่สิบชีวิตกำลังถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องค่าจ้างของผู้ใช้แรงงาน/ เรื่องราคาผลผลิตเกษตรที่ถูกพ่อค้าคนกลางกดขี่/ เรื่องโอกาสทางการศึกษาของเด็กยากจนในชนบท/ เรื่องจุดยืนของความพอเพียง ฯลฯ บางคนออกความคิดเห็นอย่างมั่นอกมั่นใจ บางคนพูดเสียงแผ่วเหมือนกลัวใครได้ยิน บางคนนิ่งเงียบ บางคนใจลอย บางคนนั่งหลับ บางคนเห็นด้วย บางคนคัดค้าน บางคนพยายามเสนอแนะทางออก บางคนไม่เข้าใจ ตามไม่ทัน

ในโลกวันนี้, โลกที่ถูกพายุทุนนิยมโหมกระหน่ำ, โลกที่เป็นของชนชั้นกลาง, โลกซึ่งไม่เหลือที่ว่างให้แม้กระทั่งความฝันของคนจน คนหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งกำลังล้อมวงพูดคุยในเรื่องราวซึ่งไกลออกไปจากชนชั้นที่ตัวเองสังกัด พูดถึงกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งขาดโอกาสจะเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ พูดถึงคนชายขอบและกลุ่มชาติพันธุ์


แม้ไม่ใช่คนมองโลกในแง่ดี แต่โดยส่วนตัวแล้ว, ข้าพเจ้าเชื่อว่า แม้ท้องฟ้ามืดมิดสักเพียงใด แสงดาวจะพราวส่องทางเสมอ.

3.

หลังคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2549

กรุงเทพมหานครตกอยู่ในความหวาดระแวง ตำรวจทหารกระจายกำลังรักษาความปลอดภัยทั่วทุกจุด ถนนทุกสายที่นำไปสู่ตรอกข้าวสารถูกกั้นให้เดินรถทางเดียว ไม่มีถังขยะแม้สักถังรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้างสรรพสินค้าขออนุญาตตรวจกระเป๋าลูกค้า ....


ต้นเดือนมกราคม 2550

ชาวรัฐฉานสิบกว่าครอบครัวจำต้องอพยพเข้ามายังเขตชายแดนไทย หลังถูกทหารพม่าและกองกำลังว้าแดงขับไล่

ปี 2001 วงยูทู แต่งเพลง Walk On ให้กับนางออง ซาน ซูจี

ปี 2005 เดเมียน ไรซ์ และลิซ่า ฮันนิแกน แต่งเพลง Unplayed Piano ให้กับนางออง ซาน

ซูจี ....


16 มกราคม 2550 วันครูแห่งชาติ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ไปในการพระราชทานเพลิงศพ น.ส.จูหลิง ปงกันมูล หรือครูจุ้ย ....


17 มกราคม 2550

สหประชาชาติแถลงว่าในรอบปีที่ผ่านมาชาวอิรักเสียชีวิตไปกว่า 34,452 คน จากเหตุสงครามกลางเมืองที่มีชนวนมาจากการเข้ายึดครองของสหรัฐอเมริกา

อีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง เกิดเหตุระเบิดพลีชีพในมหาวิทยาลัยกลางกรุงแบกแดด มีผู้เสียชีวิตกว่า 70 คน และบาดเจ็บอีก 169 คน ....


20 มกราคม 2550

..............................................


Imagine there's no heaven
It's easy if you try
No hell below us
Above us only sky
Imagine all the people
Living for today...

Imagine there's no countries
It isn't hard to do
Nothing to kill or die for
And no religion too
Imagine all the people
Living life in peace...

You may say I'm a dreamer
But I'm not the only one
I hope someday you'll join us
And the world will be as one

Imagine no possessions
I wonder if you can
No need for greed or hunger
A brotherhood of man
Imagine all the people
Sharing all the world...

You may say I'm a dreamer
But I'm not the only one
I hope someday you'll join us
And the world will live as one


edit @ 2007/02/22 17:32:01
edit @ 2007/02/23 00:40:44
edit @ 2007/02/23 00:41:20