สืบเนื่องจากเอ็นทรี่ที่แล้ว ยังตกใจไม่หายเลยว่ะ 555

ส่วนอันนี้คืองานเขียนจริงๆ ของข้าพเจ้า งานที่ลงตีพิมพ์ในนิตยสารสุด Niche ที่พูดไปก็ไม่มีใครรู้จัก 555 ตอนนี้ออกมาเป็นฟรีแลนซ์แล้ว ยังเขียนหนังสืออยู่ แต่ไม่ได้เป็นพนักงานประจำแล้วอ้ะ ใครมีงานให้ทำ ขอ! (ของานกันดื้อๆ อย่างนี้แหละวะ 555)

หนังมันอาจจะ Cliche และสูตรๆ ซ้ำๆ ไปบ้าง เพราะเขียนให้คนทั่วไปอ่านง่ะ จะไปเลือกหนังอาร์ตโคตรอาวองการ์ดแนวสุดขั้วที่มันสร้างแรงบันดาลใจให้เรา แต่คนอ่านเบลอ มึน งง แล้วเขียนมาด่าก็ไม่ไหวนะ เขียนคอลัมน์ในแม็กกาซีน (ที่ไม่ใช่แม็กกาซีนเฉพาะทาง) คือคำจำกัดความของพาณิชย์ศิลป์โดยแท้

10 หนัง สกช. (สร้างเสริมกำลังใจชีวิต)

These 10 will encourage you!

สมัยยังอยู่ชั้นประถม (ถ้าคุณอยู่ในเจเนอเรชั่นใกล้เคียงกับผู้เขียน) เราทุกคนต้องถูกบังคับให้เรียนวิชาที่มีชื่อย่อประหลาดๆ ราวกับคำใบ้ดาราในคอลัมน์บีบสิวของซ้อเจ็ด เช่น กพอ.ย่อมาจากการงานพื้นฐานอาชีพ สลน. (ย่อมาจากสร้างเสริมลักษณะนิสัย) หรือสปช. (ย่อมาจากสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต) แต่จะมาสร้างเสริมนิสัยหรือประสบการณ์กันในนิตยสาร Videophile ก็คงจะไม่งาม เราเพียงแต่อยากจะนำเสนอหนังประเภทที่เราเชื่อว่ามันสามารถสกช. (ย่อมาจากสร้างเสริมกำลังใจชีวิต) เพราะเมื่อเดือนธันวาคมและการเฉลิมฉลองต่างๆ ผ่านพ้นไป ที่เหลืออยู่หลังปีใหม่ก็คือชีวิตที่ต้องลากจุดต่อไปข้างหน้า ช่วงเวลาสั้นๆ หลังความรื่นเริงอย่างสุดเหวี่ยง อาจทำให้เราได้กลับมาหยุดคิดและทบทวนถึงชีวิตที่ผ่านมา หนังสือดีๆ สักเล่มหรือหนังดีๆ สักเรื่องอาจจุดไฟให้ชีวิตได้อย่างเหลือเชื่อ และนี่คือ 10 หนังที่เราเชื่อว่าน่าดูหลังปีใหม่...เพื่อสร้างเสริมกำลังใจให้กับก้าวต่อไปของชีวิต

10.Talk To Her (Pedro Almodovar, 2002) แม้ไม่มีเธอ ชีวิตต้องเดินต่อไป

 

            นี่ไม่ใช่หนังจบสุข (Happy Ending) หนังสเปนเรื่องนี้จบเศร้า เศร้ากว่าที่คุณจะคาดคิดได้ แต่ในความเศร้านั้นยังมีความหวังอยู่ เปโดร อัลโมโดวาร์ เล่าเรื่องของ เบนิโญ่ บุรุษพยาบาลหนุ่มที่เฝ้าปรนนิบัติ อลิเซีย หญิงสาวที่เขาแอบรัก-เมื่อเธอกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา และเขาเป็นคนทำให้เธอตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล เพียงแต่เรื่องจริงนั้นไม่โรแมนติกเหมือนนิทาน เขารักเธอ, เขาดูแลเธออย่างดี, เขาทำให้เธอตื่นขึ้นมา แต่สุดท้ายโชคชะตากลับพาเธอไปเป็นของคนอื่น พล็อตเรื่องอาจจะมีลักษณะ Soap Opera และ Myth อยู่มาก แต่นั่นคือสไตล์ที่เป็นลายเซ็นของเจ้าป้าอัลโมโดวาร์ คุณอาจจะเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้ แต่นั่นเป็นเพราะคุณรู้ดีว่าความรักอยู่รอบตัวเรา แม้เจ้าของความรักจะไม่อยู่ แต่ความรักของเธอหรือเขาจะทำให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป

 8-9.Before Sunrise & Before Sunset (Richard Linklater, 1995 & 2004) ทบทวนคืนวันและความฝันที่ผ่านเลย

 

            Before Sunrise คือหนังที่นักศึกษาและคนเริ่มทำงานทุกคนควรได้ดู Before Sunrise คือตำนานหนังอินดี้แห่งทศวรรษที่ 90 ผู้กำกับ ริชาร์ด ลิงเคเตอร์ ทำหนังด้วยนักแสดงเพียงสองคน เดินพูดกันทั้งเรื่องด้วยไดอะล็อกยาวเหยียด และมีฉากหลังเป็นเวียนนายามค่ำคืนที่สุดแสนจะโรแมนติก ว่าด้วยเรื่องของหนุ่มอเมริกันกับสาวยุโรปที่เจอกันบนรถไฟไปปารีส แต่ไปไม่ถึงปารีส เพราะดันกระโดดลงที่เวียนนาด้วยกันซะก่อน ทั้งสองคนใช้เวลาร่วมกันตลอดทั้งคืน เดินไปทั่วกรุงเวียนนา แลกเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับสังคม การเมือง ศาสนา เซ็กซ์ ชีวิต ปรัชญา ความรัก และความฝันถึงวันข้างหน้า ก่อนจะแยกจากกันในเช้าวันรุ่งขึ้น พร้อมคำสัญญาว่าอีก 6 เดือนจะมาพบกันที่เดิม ส่วน Before Sunset คือหนังที่คนวัยทำงานทุกคนควรจะได้ดู ตัวหนังเป็นภาคต่อของ Before Sunrise เล่าเรื่องอีก 9 ปีต่อมา ทั้งสองคนบังเอิญได้เจอกันในปารีส จากหนุ่มสาวนักศึกษากลายเป็นคนวัยทำงานอายุกลางสามสิบที่ต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง Before Sunset จึงเป็นคล้ายการรำลึกถึงอดีตอันอ่อนหวาน--ทบทวนคืนวันที่ผ่านมาในชีวิต รวมถึงความรักและความฝันในวัยเยาว์

 

7. Little Miss Sunshine (Jonathan Dayton and Valerie Faris, 2006) ขี้แพ้แล้วไง?

           หนังอินดี้อเมริกันสุดน่ารักเรื่องนี้ว่าด้วยครอบครัวจิตป่วง คุณพ่อเป็นวิทยากร How to ว่าด้วยบันได 9 ขั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คุณแม่ที่ใกล้เป็นบ้าเพราะต้องดูแลสมาชิกทุกคนในครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย พี่ชายเกย์ของเธอที่เพิ่งรอดตายจากการเชือดข้อมือสังเวยรักไม่สมหวัง, คุณปู่ตัวแสบที่ซื้ดโคเคนทั้งวันและพ่นคำหยาบไฟแลบ, ลูกชายคนโตที่อยู่ดีๆ ก็ไม่พูดกับใครจนกว่าจะสอบเข้าเป็นนักบินได้ และลูกสาวคนเล็กอ้วนตัวกลม ใส่แว่นตาหนาเตอะ แต่มีความฝันอยากเป็นนางงามเด็ก และทำให้ทั้งครอบครัวต้องเดินทางข้ามรัฐไปส่งเธอเข้าประกวด Little Miss Sunshine ด้วยรถโฟล์คกระป๋องที่ขับไปเสียไป แต่เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ทำให้พวกเขาได้ค้นพบคุณค่าของตัวเองและครอบครัว ที่แม้จะเป็นพวก “ขี้แพ้” แต่ก็มีความสุขและเชิดหน้าภูมิใจในตัวเองได้ หากมองโลกในแง่ร้าย นี่อาจจะเป็นแค่คำปลอบใจให้พวก Loser ทั้งหลาย แต่ถ้าคนหนึ่งคนสามารถยอมรับและมีความสุขในสิ่งที่ตัวเองเป็น จะแพ้หรือชนะก็เป็นแค่เรื่องค่านิยมและมาตรฐานในการตัดสินของสังคมเท่านั้น ขี้แพ้แล้วไง (วะ)?   

6.My Bluberry Nights (Wong Kar-Wai, 2007) ความรักอยู่ที่เดิม   

  

            นี่คือหนังพูดภาษาอังกฤษเรื่องแรกของผู้กำกับอินดี้ชาวฮ่องกงที่มีแฟนในเมืองไทยจำนวนมากอย่างคุณพี่หว่อง แฟนๆ ดั้งเดิมอาจจะแปลกใจที่หนังเรื่องนี้ของพี่ดูง่าย เข้าใจง่าย ซ้ำยังมีตอนจบแบบดูรู้เรื่อง ไม่ชวนงุนงงระคนสงสัยเหมือนที่ผ่านมา เส้นเรื่องของหนังนั้นบางเบาแต่แสนโรแมนติก ว่าด้วยหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินทางไปทั่วประเทศ เพราะต้องการลบเลือนบาดแผลจากความรักไม่สมหวัง แต่สุดท้ายก็พบว่าที่ที่เธอหันหลังให้ต่างหากที่มีคนที่รักเธอรออยู่ บางทีชีวิตก็เล่นตลกกับเราแบบนี้ เราเดินทางไกลแสนไกลเพื่อจะพบว่าความอบอุ่นแท้จริงแล้วอยู่ในสถานที่ที่เราเดินจากมา

 5.กอด (คงเดช จาตุรันต์รัศมี, 2008) ภาระในเขตอ้อมแขน ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้

            กอด หนังไทยที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในปีที่กำลังจะผ่านไป เห็นแค่หน้าหนังอาจจะคิดว่าเป็นหนังรักธรรมดาเรื่องหนึ่ง แต่หนังพูดในเรื่องราวที่ลึกซึ้งกว่านั้น นอกจากประเด็นการเมืองเข้มข้นที่แฝงอยู่ ตัวละครสามแขนอย่างชายหนุ่มชื่อขวานและหญิงนมโตชื่อนา ต่างก็เป็นแค่คนบกพร่องเว้าแหว่ง ผู้พยายามมองหาใครสักคนที่จะมาเข้าใจและมองลึกลงไปในตัวตน-ข้ามพ้นความประหลาดที่มองเห็นด้วยตา หรือว่าในความเป็นจริงแล้ว เราทุกคนต่างก็เว้าแหว่งบกพร่อง-ไม่มากก็น้อย-และเฝ้ามองหาใครสักคนเหมือนขวานกับนา อาจจะเหมือนที่อังตวน เดอ แซงเต็ก-ซูเปรี เขียนไว้ในวรรณกรรมอมตะอย่าง เจ้าชายน้อย “เราจะเห็นอะไรได้ด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา” และ “กอด” ได้บอกกับเราว่าความงดงามบางประการของการมีชีวิตอยู่ก็คือ การได้พบกับคนที่มองเห็นเรา...ด้วยหัวใจ

 

4.Children of Heaven (Majid Miajidi, 1997) ได้ที่สาม...ชนะ

 

            หนังเด็กจากอิหร่านเรื่องนี้จรรโลงหัวใจคนดูให้อิ่มเอิบซาบซึ้งไปกับความต้องการในชีวิตแบบ “เด็ก” เมื่อพี่ชายนำรองเท้าคู่เดียวของน้องสาวไปซ่อม และบังเอิญทำมันหายระหว่างทาง ทั้งสองคนต้องช่วยกันปิดพ่อแม่ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าพ่อคงไม่มีเงินซื้อคู่ใหม่ให้เธอ สองพี่น้องต้องผลัดกันใส่รองเท้าที่เหลืออยู่คู่เดียว ทำให้พี่ชายต้องสมัครเข้าแข่งวิ่งที่มีรางวัลที่สามเป็นรองเท้า และแน่นอนเป้าหมายของเด็กชายคือที่สาม-ไม่ใช่ที่หนึ่ง แม้จะตั้งใจหรือก็ไม่ก็ตาม ผู้กำกับมาจิด มาจิดี ก็ทำให้คนดูได้ตระหนักว่าบางทีชีวิต-ก็อาจไม่ต้องการอะไรมากกว่ารองเท้าคู่เดียว และบางทีชีวิต-อาจไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่งเสมอไป

3.Amelie (Jean-Pierre Jeunet, 2001) ยินดีต้อนรับสู่โลกสีลูกกวาด

 

            ผู้กำกับ ฌอง-ปิแอร์ เฌอเน่ต์ บรรจงเปลี่ยนเมืองปารีสให้กลายเป็นเมืองสีหวานในสายตาสาวช่างฝันอย่าง อาเมลี แม้ความจริงโลกจะเศร้าหมองโหดร้ายอย่างไร แต่โลกของอาเมลีนั้นสวยงามเสมอ เธอมีความสุขกับการเฝ้าสังเกตผู้คน และคอยให้ความช่วยเหลือใครต่อใครในแบบของเธอ กับสถานการณ์และโลกที่เป็นอยู่นี้ หากใช้วิธีคิดแบบอาเมลีก็คงจะทำให้ชีวิตรื่นรมย์ขึ้นไม่น้อย เมื่อโลกไม่เปลี่ยน เราอาจเป็นฝ่ายต้องเปลี่ยนสายตาที่มองโลก มิเช่นนั้น เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริงแสนหดหู่ว่าแท้แล้วโลกนั้นเป็นสีเทา

2.Love Actually (Richard Curtis, 2003) Love Actually is All Around.

            นี่คือหนังเรื่องโปรดของใครหลายคน Love Actually ว่า ด้วยความรักและความสัมพันธ์ของผู้คนหลากหลายที่ต่างเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน อยู่และมีบทสรุปในวันคริสต์มาสร่วมกันตามสไตล์ของพล็อตหนังแบบหลายชีวิต Love Actually เปิดเผยให้เห็นด้านต่างๆ ของคำว่ารัก ซึ่งมีทั้งความหวานความขม ความสดใสความหม่นหมอง ความอบอุ่นความอ้างว้าง Love Actually จะทำให้ความรักทุกรูปแบบของคุณกลับมาสว่างไสวในความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมหนังรักเรื่องนี้ถึงประทับอยู่ในใจใครต่อใคร และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรจะเปิดหนังเรื่องนี้ดูอีกครั้งแม้ว่าจะเคยดูไปแล้วก็ตาม      

1.The Motorcycle Diaries (Walter Salles, 2004) ซิ่งมอไซค์ไล่ความฝัน

 

            คงไม่มีใครไม่รู้จัก เช เกวารา ชายผู้ซึ่งมีใบหน้าปรากฏอยู่บนเสื้อยืดและบังโคลนรถบรรทุกทั่วโลก แต่นอกจากจะมีใบหน้าอยู่บนสองสิ่งข้างต้น นี่คือผู้ชายที่เคยพลิกโลกของชาวคิวบาให้เปลี่ยนองศาการหมุน นี่คือผู้ชายที่เคยเป็นศัตรูลำดับต้นของอเมริกาในยุคสงครามเย็น-จนซีไอเอต้องวางแผนสังหาร นี่คือผู้ชายที่เป็นคล้ายสัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติ และนี่คือผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวทั่วโลก The Motorcycle Diaries คือบทบันทึกชีวิตในวัยหนุ่มของเช เมื่อนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย เออร์เนสโต เกวารา ตัดสินใจเดินทางทั่วทวีปอเมริกาใต้กับเพื่อนหนุ่ม อัลเบอร์โต กรานาโด ด้วยรถมอเตอร์ไซค์คันเก่า ความยากจน การเอารัดเอาเปรียบ และความอยุติธรรมในสังคมที่เขาได้พบระหว่างการเดินทาง ได้เปลี่ยนชีวิตของชายหนุ่มไปตลอดกาล หนังเรื่องนี้อาจเป็นเพียงแค่โร้ด มูฟวี่ ธรรมดา แต่เรื่องราวเบื้องหลังนั้นมีพลังระดับสร้างแรงบันดาลใจมหาศาล The Motorcycle Diaries กระตุ้นให้คนหนุ่มสาวออกเดินทางเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต, ยื่นมือออกไปสัมผัสกับผู้คนที่อยู่นอกโลกใบเดิมของเรา และตระหนักในหน้าที่หนึ่งอันสำคัญ เพราะหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงโลกนั้น...ยังคงเป็นภารกิจของคนหนุ่มสาวในทุกยุคสมัย

 

หมายเหตุ เพิ่งได้ดู The Motorcycle Diaries ก่อนปีใหม่ (เชยจัง) หนังยาว ยืดเยื้อ น่าเบื่อ ฉากไคลแม็กซ์ในองก์ 3 ก็จงใจ๊ จงใจไปป่ะคะ แต่ดูจบแล้วน้ำตาซึม และยังคงติดอยู่ในใจจนกระทั่งตอนนี้ ทั้งที่ตีมของหนังก็ cliche จังเลย   "มนุษย์กับอุดมคติในชีวิต" แต่อยากให้ Gen Y ผู้แสนสับสนทุกคนได้ดู...นะจ๊ะ มันอาจจะไม่มีคำตอบหรือแม้กระทั่งคำถามอยู่ในหนัง แต่มันทำให้เราต้องตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า   

 

 

 

edit @ 25 Jan 2009 20:59:33 by IwalkTheLine

edit @ 25 Jan 2009 21:10:08 by IwalkTheLine

edit @ 25 Jan 2009 21:12:49 by IwalkTheLine

edit @ 25 Jan 2009 21:13:57 by IwalkTheLine

edit @ 25 Jan 2009 21:16:41 by IwalkTheLine

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สวัสดีตอนเช้าค่ะพี่

เขียนทัพเอนทรี่ที่แล้วเหรอ? ยังฮอตอยู่น้าopen-mounthed smile

หนังที่ว่ามา .. ยังไม่ได้ดูซักเรื่องเลยอะ
รู้จักแค่ "กอด" แต่ยังไม่ได้ดู ..

"The Motorcycle Diaries" เคยได้ยินประวัติ เช เกวารา มานานแล้ว แต่หนังเรื่องนี้เพิ่งเคยได้ยินชื่อ!!

เป็นปกติที่หนังอาร์ต ๆ ดี ๆ จะไม่เข้าโรงหนังบ้านนอก เหอ เหอ เหอ
มีกอดเรื่องนึงที่ยังไม่ได้ดูว่ะ

talk to herดูแล้วร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร
before ทั้งสอง ดูแล้วอยากเจอคู่คุยแบบนั้นมั่ง ฮ่าๆ
amilieดูแล้วยิ้ม(หวาน)
little miss ดูไปร้องไห้ไป หัวเราะไป
ทั้งซึ่ง ทั้งเศร้าว่ะ แต่ฉากจบน่ารักมากๆ
ชอบฉากจบแบบนี้
children of heaven นี่ถือว่าเป็นหนังเรื่องแรก
ที่ทำให้รู้สึกว่า กูอยากทำหนังว่ะ จำไม่ได้แล้วว่าดูตอนอายุเท่าไหร่ แต่รู้ว่า มันพีคมาก เหมือนมีใครมาตบหัว
ตอนนั้นที่ดูน่ะ ไม่รู้หรอกว่าชื่ออะไร หนังชาติไหน
ดูในเคเบิ้ลที่จูนมาแบบเถื่อน ฮ่าๆ แต่พอดูจบ ก็ติดอยู่ในใจมาตลอด คิดว่าสักวันต้องรู้ให้ไดว่าหนังมันชื่ออะไร
my blue ก็ดีนะ แต่ชอบเรื่องอื่นๆของเฮียหว่องมากกว่า
motercycle ดูแล้วหลับว่ะ sad smile
ปล เอนทรี่นี้ขอให้ขึ้นฮอตอีก ฮ่าๆHot!

#2 By *บลาสต์ on 2009-01-26 13:52

มีหนังไทยเรื่องนึง เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล
ดูแล้วเหงา แล้วงง
แต่ไม่รู้เหมือนกัน ดูจบแล้วหายเหงา tongue

#3 By เศษกระดาษ on 2009-01-26 17:16

เคยตั้งใจจะดู motorcycle นะ แต่มีแต่คนบอกว่าน่าเบื่อ หลับแน่มึง เลยไม่กล้าดู สาดดด

#4 By GroovyBee on 2009-01-29 02:00

มีหนังโปรดของฉันติดโผหลายเรื่องเชียวนิ
เขียนซะอยากไปหามาดูเลยล่ะ

:)

#5 By yammmm on 2009-01-31 11:40

เข้าไปอ่านเอนทรี่ที่แล้วมา
หนุกดีว่ะมุก (ไม่ได้อ่านคอมเม้นต์นะ)

พี่ชอบเชียงคานมาก แม่น้ำ ภูเขา ชอบสุดๆ

เ อ๊ะ จริงๆ เม้นต์นี้ควรไปอยู่เอนทรี่ที่แล้วใช่ไหม
55

ชอบบีฟอร์ซันเซ็ตนะ เพราะว่ามันจริงดี ซันไรส์ดูเพ้อๆ หุหุ

#6 By grappa (58.9.190.44) on 2009-02-01 14:49

เอ๋ ออกมาเป็น freelance แล้วหรือ
แง้ ตกงานแน่เลยพี่มุก อยากจบ แต่ไม่อยากหางาน - -

#7 By ไก๋กุ๊กๆ (161.200.255.162) on 2009-02-11 21:34

Children of Heaven หาแผ่นที่ไหนได้หนอ (เพิ่งดู The Song of Sparrows แล้วชอบมากทีเดียว) ส่วน Talk to Her นี่ดูรอบแรกเมื่อหลายปีก่อน จับเรื่องไม่ได้เลย รู้แต่ตอนท้ายว่าตกลงเจ้าหญิงนิทราเธอท้องได้ยัีงไง

My Blueberry Nights ตอนดูจบก็แอบอี๋ๆนิดหน่อย แต่ไปๆมาๆ เริ่มชอบขึ้นมาอีกนิดนึง (ก็ยังไม่สุดอยู่ดีนี่นะ) ส่วนนึงคงเพราะตัวละครของ นาตาลี พอร์ตแมน

ตอนนี้มี ซันไรส์ ซันเซ็ต ที่เป็นแพ็คคู่ซื้อมาดองทิ้งไว้ข้างคอมยังไม่ได้ดู (กี่ร้อยเรื่องแล้วเนี่ย)


ปล. เอนทรี่ที่แล้ว แค่ย่อหน้าสุดท้ายก็ตายไปเลย A+++++++

#8 By nanoguy on 2009-03-25 07:36

ที่ว่ามาเคยดูสองสามเรื่อง เองคับ อิมิลี่ กะ กอด ส่วนใหญ่ก้อดูแต่หนังแอ็กชั่นเนอะ

หนังเรื่องเกี่ยวกับ เชกุ วารา อยากหาดูแต่ก็หาซื้อไม่ได้เลย ตามตลาดภาคอิสาน หรือไปดูผิดร้าน แต่เห็นว่าปีนี้จะมีแบบดราม่าเข้มข้น ออกมาอีก

ขอบคุณที่แนะนำคร้าบ

#9 By เศษกระดาษ on 2009-03-27 07:47

ยังไม่ได้ดูเรื่องเดียวคือ กอด

นอกนั้นเห็นด้วยเลยคับ

#10 By Faris Cassidy on 2009-06-02 20:13

ป.ล. ชอบคำว่าหนัง สกช. ( สร้างเสริมกำลังใจชีวิต ) confused smile

#11 By Faris Cassidy on 2009-06-02 20:14

แปลกใจ และอิ่มใจ ที่ Motorcycle Diaries เป็นอันดับหนึ่ง

แปลกใจ ที่มีคนชื่นชมมากเหมือนกัน
อิ่มใจ ที่ยังมีคนเข้าใจและชื่นชมอะไรเหมือนกันบ้าง

#12 By praisani on 2009-06-06 14:06

Love Actually รักที่ซู้ดดดด big smile

#13 By ^^ Pat ^^ on 2009-06-19 23:14