ว่าเล่าเรื่องลาว แต่ทำไมช่วงนี้งานเยอะเสียจริต ขอแปะไว้ก่อน

จากหนังรักฝั่งอังกฤษถึงหนังรักว่าด้วยเพลงรักจากอังกฤษ

 

 

Love, Love, LoveAll you need is love, Love is all you need 

สร้อยเพลงที่คุ้นหูและโด่งดังมากที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการเพลงป๊อปดังขึ้นในฉากงานแต่งงานของปีเตอร์และจูเลียต ต้นเสียงนำร้องเพลงคือมาร์ค เพื่อนรักของปีเตอร์ ชายหนุ่มที่จูเลียตเข้าใจว่าเขาไม่ชอบหน้าเธอ 

Love, Love, LoveAll you need is love, Love is all you need 

สร้อยเพลงที่คุ้นหูและโด่งดังมากที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการเพลงป๊อปดังขึ้นในฉากที่จู๊ดและลูซี่ หนุ่มอังกฤษกับสาวอเมริกันได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ต้นเสียงนำร้องเพลงคือจู๊ด หนุ่มอังกฤษสุดหล่อจากลิเวอร์พูล

 

ฉากแรกนั้นปรากฏอยู่ในหนังรักสุดประทับใจสัญชาติอังกฤษ Love Actually ที่ใครหลายคนยกให้เป็นหนังประจำเทศกาลคริสต์มาสไปแล้ว

ส่วนฉากหลังปรากฏอยู่ในหนังรักอย่าง Across The Universe ที่ผู้กำกับหญิง จูลี่ เทย์มอร์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงของวงจากเกาะอังกฤษ ตำนานของโลกดนตรีอย่าง The Beatles

 

Love Actually ว่าด้วยความรักและความสัมพันธ์ของผู้คนหลากหลายที่ต่างเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอยู่และมีบทสรุปในวันคริสต์มาสร่วมกันตามสไตล์ของพล็อตหนังแบบหลายชีวิต Love Actually เปิดเผยให้เห็นด้านต่างๆของคำว่าความรักซึ่งมีทั้งความหวานขม ความสดใสหม่นหมอง ความอบอุ่นอ้างว้าง 

ไม่ว่าจะเป็นความน่ารักของของหนุ่มน้อยวัยเก้าขวบที่เพิ่งเคยตกหลุมรักครั้งแรก

ไม่ว่าจะเป็นความรักข้ามภาษาของหนุ่มนักเขียนกับสาวโปรตุกีสที่ทำให้คนดูต้องเอาใจช่วยลุ้นจนตัวโก่ง

ไม่ว่าจะเป็นความรักของนายกรัฐมนตรีหนุ่มจอมเฟอะฟะกับสาวแม่บ้านประจำทำเนียบ

ไม่ว่าจะเป็นความรักและมิตรภาพแน่นแฟ้นยาวนานของนักร้องเพลงร็อคตกอับสุดปากหมากับผู้จัดการของเขา

ไม่ว่าจะเป็นความรักของหนุ่มอังกฤษจอมลามกที่เชื่อว่าตัวเองย้ายไปอเมริกาแล้วจะได้ฟันสาว

ไม่ว่าจะเป็นความรักของสาวออฟฟิศที่เลือกพี่ชายออทิสติกแทนหนุ่มหล่อที่เธอแอบปิ๊งมานาน

ไม่ว่าจะเป็นความรักของหนุ่มรักคุดที่แอบรักแฟนเพื่อนและทำได้เพียงไปยืนเปิดป้ายบอกรักเธอในวันคริสต์มาส

ไม่ว่าจะเป็นความรักของคู่รักวัยกลางคนที่ฝ่ายหญิงพบว่าฝ่ายชายปันใจให้คนอื่น เพลง Both Sides Now ของ Joni Mitchell ที่เปิดขึ้นมาในช่วงนี้อาจทำให้หลายคนน้ำตาร่วงได้ง่ายๆ 

จนคนดูอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงประสบการณ์ของตัวเองเข้ากับเรื่องราวในหนัง และนี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหนังรักเรื่องนี้ถึงประทับอยู่ในใจใครต่อใคร   

ส่วน Across The Universe คือหนังรักสัญชาติอเมริกันวิช่วลจัดจ้านที่มีฉากหลังเป็นสงครามเวียดนาม, ยุคบุปผาชนและเพลงของสี่หนุ่มจากลิเวอร์พูลผู้ซึ่งกลายเป็นตำนานตลอดกาล ผู้กำกับหญิงจูลี่ เทย์มอร์ได้รับแรงบันดาลใจในการทำหนังเรื่องนี้มาจากบทเพลงของ The Beatles ผู้เป็นดังไอคอนหนึ่งของยุคซิกส์ตี้ส์ร่วมกับ Bob Dylan และ The Rolling Stones

 

ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าพัฒนาการของตัวละครในเรื่องอย่างจู๊ดและลูซี่ก็เป็นไปตามพัฒนาการของบทเพลงในยุคต่างๆของสี่เต่าทอง เห็นได้ชัดเจนจากลำดับการเลือกเพลงมาใช้ในเรื่อง หนังเปิดเรื่องด้วยเพลงรักหวานใสอย่าง Hold Me Tight, All My Loving, I Want To Hold Your Hand ซึ่งก็คือเพลงรักเนื้อหากุ๊กกิ๊กดนตรีฟังง่ายสบายหูสบายใจในช่วงอัลบั้มแรกๆของ The Beatles นั่นเอง ก่อนที่ตัวละครทั้งคู่จะเหยียบย่างเข้าสู่การ Coming of Age พบเจอการสูญเสียการจากพรากและความปวดร้าวในเพลง Let It Be  

 

และก้าวต่อไปของทั้งคู่ก็คืออุดมคติในชีวิตแบบ Beatnik และ Hippies หันหลังให้การศึกษา ต่อต้านชีวิตในระบบของผู้ใหญ่ ประท้วงสงครามเวียดนาม และเริ่มใช้ยาเสพติด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของคนหนุ่มสาวแห่งยุคซิกส์ตี้ส์ผู้ถือเสรีในการดำรงชีวิต  

อย่างเช่นที่เคยกล่าวว่าพัฒนาการของตัวละครนั้นควบคู่ไปกับพัฒนาการของเพลงประกอบ บทเพลงที่ใช้ในช่วงนี้จึงกลายเป็นบทเพลงไซเคเดลิก (Psychedelic) อย่างเพลง A Day in the Life, I Am the Walrus, Lucy in the Sky with Diamond ซึ่งเชื่อกันว่าซาวด์หลอนๆล่องลอย, เนื้อหาเพลงที่ดูมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าต้องการจะสื่อสารอะไร, แสงสีจัดจ้าแสบตาที่เป็นภาพแทนของดนตรีแนวนี้คือการสะท้อนช่วงเวลาที่ล่องลอยอยู่ในฤทธิ์ของยาเสพติดอย่างกัญชาและ LSD (มีเรื่องเล่าอยู่ว่าเพลง Lucy in the Sky with Diamond คือตัวย่อของคำว่า LSD ซึ่งเรื่องนี้จอห์น เลนน่อนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ว่าเขาเพียงเห็นจู๊ด ลูกชายวาดรูปจึงนำมาแต่งเป็นเพลง)

 

 

ตัวละครทั้งคู่เข้าสู่จุดขัดแย้ง เมื่อลูซี่เข้าร่วมขบวนการต่อต้านสงครามเวียดนามหัวรุนแรง การเรียกร้องสันติภาพเสรีภาพโดยคนหนุ่มสาวนี้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจอย่างยิ่งในช่วงยุคซิกส์ตี้ส์ต่อยุคเซเว่นตี้ส์ เพราะเป็นความเคลื่อนไหวทางสังคมของคนหนุ่มสาวที่เกิดขึ้นคล้ายกันในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยในกรณี 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19 ด้วย

 

เช่นกัน บทเพลงของ The Beatles ในช่วงเวลานั้นก็เป็นรอยต่อระหว่างท่วงทำนองแบบไซเคเดลิกกับดนตรีเพรียกหาสันติภาพอย่าง While My Guitar Gently Weeps, Revolution, Happiness is A Warm Gun ไปจนถึง Across the Universe ซึ่งดนตรีเรียกร้องสันติภาพแบบนี้ได้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าอย่างถาวรของจอห์น เลนน่อน แม้กระทั่งในช่วงที่ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง

 

 

จู๊ดและลูซี่แยกจากกันไป และเมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง บทเพลงนี้ก็ดังขึ้นในฉากจบของเรื่อง เป็นคล้ายข้อสรุปของทั้งโลกและชีวิต

 

All you need is love, Love is all you need

 

 

edit @ 7 Mar 2008 02:42:53 by IwalkTheLine

Comment

Comment:

Tweet

There are some different ways to get some information just about this post . But I suggest to buy essay and essay writing or buy term paper opting for the good essay writing services.

#10 By essay writing (94.242.214.6) on 2011-12-07 21:00

Set your own life time easier take the credit loans and everything you want.

#9 By mortgage loans (94.242.214.7) on 2011-12-07 11:18

The <a href="http://www.bestwritingservice.com">essay writing</a> service should provide people with the writing connected with <a href="http://bestwritingservice.com/essays-for-sale.html">essays for sale</a> and it is so good that you show students your stuff about this good topic.

#8 By ConleyEva25 (91.201.66.6) on 2010-08-12 05:38

เออ ซาวน์มันหลอนดี ชอบว่ะ

ปล.เรื่องมายบลู ชอบนาตาลีมากกว่านอร่าว่ะ
แต่ก็ยังชอบสกาเล็ตมากกว่าอยู่ดี 55+big smile

#7 By daranee on 2008-04-09 01:59

ไปดู มาย บลูเบอรี่ ไนท์ แบบที่ต่อบอกดีกว่า
ไปดูกันปะ open-mounthed smile

#6 By daranee on 2008-03-21 00:58

ไปดู My Blueberry Night สิ เดี๊ยนชอบมากๆ

#5 By merveillesxx (58.8.116.207) on 2008-03-20 02:00

ผู้หญิงคนนี้เขียนเรื่องเพลงและความรักได้ดีเป็นพิเศษ
big smile

#4 By dewdogdag on 2008-03-14 18:06

กูชอบเพลงนี้ แต่กูชอบให้มันอยู่ในฉากนั้นของlove actually มากกว่าว่ะ

#3 By maybetomorrow on 2008-03-14 00:22

งวดนี้มาแปลก
กูขอก๊อบอีผึ้งได้ป่ะ
กูชอบเพลงนี้ว่ะ แต่กูเกลียดเพลง I am the walrus 5555

กูไม่เข้าใจว่าวอลลัสคืออะไร
ไม่รู้ว่าคนแต่งฉลาดไป หรือกูโง่ไป หรือเพราะกูไม่พยายามเข้าใจ

เหมือนกับ ความรัก ที่ไม่เคยพยายามเข้าใจ กู

โอ๊วว กูสรุปจบได้มั่วซั่วจริงๆ

#2 By gallantfoal on 2008-03-07 10:33

กูชอบเพลงนี้ว่ะ แต่กูเกลียดเพลง I am the walrus 5555

#1 By GroovyBee on 2008-03-07 08:14