หายเซ็งละ เพราะเพิ่งรู้สึกตัวว่า ความโชคดีหนึ่งประการของข้าพเจ้าคือ มีผู้คนที่ดีอยู่ในชีวิต

ตั้งแต่ครอบครัว ที่แม้กูจะบ้าๆแต่ไม่เห็นเคยว่าอะไร มีความเข้าใจให้เสมอมา

อีกทั้งมิตรสหายที่ดี (เพื่อนพ้อง-น้องพี่-ครูบาอาจารย์) นั้นมีค่ากว่าเงินทองจริงๆ

แต่ถ้าใครมีเงินทองพร้อมมิตรสหายที่ดีก็จะเป็นคนที่...โชคดีจริงๆนะมึงน่ะ

พี่ศิราณีแห่งความนอยท่านหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่าอาการของกูนั้นเป็นสามัญของพวก Gen Y ชอบโทษอย่างอื่นมากกว่าตัวเอง คิดว่าตัวเองทำเต็มที่แล้ว ที่ทำไปน่ะเหนื่อยเสียเต็มประดา 555 ยอมรับอย่างไม่อาจโต้แย้ง

ปรับทัศนคติแค่นี้ โลกดีขึ้นทันตาเห็น

คุณภิญโญท็อปฟอร์ม http://www.onopen.com/2007/editor-spaces/2228 ทำให้อยากกลับไปคุ้ย"คุรุ ผีเสื้อ และลมตะวันตก"มาอ่านอีกครั้ง ใครรู้จักเค้าฝากกราบตีนทีนึง ถ้ากูเป็นสก๊อยจะเดินเข้าไปบอกเค้าว่า โหยยยยยยยยยย พี่แม่งโคตรเจ๋งเลยว่ะ (ที่พูดอยู่นี่ไม่เป็นสก๊อยตรงไหนวะ?)

พูดจาเลื่อนเปื้อนอยู่ได้ ^^

อ่าน Bioscope ฉบับเดือนตุลา ขอชื่นชมว่าท็อปฟอร์มนะเล่มนี้ อ่านแล้วสนุกมาก และสะดุดตากับชื่อหนังเรื่องนี้ "คนดีที่บ้านด่าน"

.......................................

ย้อนกลับไปสมัยข้าพเจ้ายังละอ่อน เป็นเฟรชชี่หน้าใส (ตอนนี้ก็เป็นบัณฑิตหน้าเหี่ยวไปตามระเบียบ) เพิ่งก้าวเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย ตื่นตาตื่นใจและสนุกสนานกับทุกอย่าง

เพื่อนใหม่ (ที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน)

สังคมใหม่ (สี่ปีที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เวลาในหัวใจเดินเร็วกว่านาฬิกาและปฏิทิน) 

กิจกรรมใหม่ (ห้องเชียร์ ละครคณะ มีตติ้งรุ่น มีตติ้งสี่ชั้นปี ลองทริป แอ๊คติ้งอะคูสติก เว้ย เยอะเกิ๊น พูดไม่หมด)

ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตใหม่ รวมทั้งกิจกรรมค่าย, ค่ายนิเทศ

.........................................

เย็นวันหนึ่ง ณ โต๊ะควาย หน้าใต้ถุนคณะนิเทศ

เฟรชชี่เก้าชีวิตรุ่น 39 นั่งหน้าตาเหรอหราอยู่กับพี่ผู้ชายผมยาวรุ่น 26 ดูเป็นวงสนทนาประหลาด บรรยากาศก็พิลึกพิลั่น

"ทำไมถึงอยากทำค่าย" พี่ผู้ชายผมยาวที่พวกเราเด็กน้อยคิดว่า หน้าตาพี่แม่งโคตรน่ากลัว โยนคำถามลงกลางวง

เก้าคำตอบ เก้าความคิด แตกต่างหลากหลาย

บางคนตอบว่า อยากเที่ยว บางคนตอบว่าเห็นพีท ทองเจือในโฆษณาโค้ก 555 บางคนตอบว่าอยากช่วยเหลือชาวบ้าน 

ข้าพเจ้าตอบว่า เพราะมีพ่อเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน การที่ข้าพเจ้ามีประสบการณ์ไปกินอยู่หลับนอน ณ สันเขื่อนปากมูนร่วมกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการพัฒนาตั้งแต่ป.6 (พ่อกูฮาร์ดคอร์) ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่าเข้ามหาวิทยาลัยกูจะไปค่ายแน่ๆ

ไม่ได้อุดมการณ์สูงส่งอะไร เพราะวันวัยนั้น เอาเข้าจริง ข้าพเจ้าก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าอยากใช้เวลาสนุกสนานกับเพื่อนใหม่ที่โคตรจะเข้ากันได้ดียังกะรู้จักกันมาจากชาติที่แล้ว (อันนี้เว่อร์)

แต่คณะนิเทศ ไม่มีค่ายให้ข้าพเจ้าไป!!??!

ถ้าอยากไปต้องเป็นคนทำ คือทำให้ตัวเองและคนอื่นได้ไป??!!?

เจอเข้าแบบนี้เฟรชชี่ก็เอ๋อแดก

เพราะก่อนหน้านี้ค่ายนิเทศล้มลุกคลุกคลาน มีคนทำบ้างไม่มีคนทำบ้าง แต่มีรุ่นพี่คนหนึ่งเฝ้าปล้ำผีลุกปลุกผีค่ายอยู่ตลอด เพราะเชื่อจากหัวใจว่ากิจกรรมค่ายมีประโยชน์กับนิสิตชนชั้นกลางอย่างแท้จริง เชื่อว่าค่ายเป็นกิจกรรมเดียวที่ทำให้เด็กวัยรุ่นชาวกรุงได้สัมผัสโลกที่ไกลออกไปจากสยามและสามย่าน

พี่ผู้ชายผมยาวรุ่น 26 คนนั้นนั่นเอง

พี่เอฟคือพี่ผู้ชายคนนั้น, คือเจ้าของร้านเหล้า Moonshine Bar (ถ.พระอาทิตย์ เดินเลยร้านเฮมล็อกประมาณ 50 เมตร) และเจ้าของคำถาม "ทำไมถึงอยากทำค่าย"

เรื่องราวหลังจากนั้นคือสี่ปีต่อมาที่ข้าพเจ้าและผองเพื่อนผูกพันอยู่กับการทำค่ายนิเทศ

จากค่ายแรกที่อำเภอบ้านไร่ อุทัยธานี จนค่ายสุดท้ายในฐานะคนทำที่บ้านห้วยคุ เชียงราย สิริรวมแล้วข้าพเจ้าทำไปประมาณสิบค่าย

ประสบการณ์ชนิดนี้มีค่ากับชีวิตมากกว่าที่คิดว่าจะได้

ได้กินลูกอ๊อด(แหวะ) กินหนอน กินเก้ง กินกระต่าย

ได้เรียนรู้ถึงน้ำใจของผู้คนทั่วประเทศไทย

ได้รู้จักพูดคุยกับผู้คนที่ไม่ใช่คนสำคัญโด่งดัง ไม่ใช่คนที่โลกต้องจดจำ แต่ข้าพเจ้าก้มหัวคารวะคนเหล่านั้นได้สนิทใจ  

ได้รู้ว่าปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทยนั้นสลับซับซ้อน การที่คนชั้นล่างสุดของสังคมไม่เคยมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรคือจุดอ่อนที่รัฐบาลทักษิณทำให้เป็นจุดแข็งของตัวเอง

ได้รู้ว่ามีหมู่บ้านหนึ่งบนยอดดอยสูงไม่เอากองทุนหมู่บ้าน(ชาวบ้านแน่มากๆ บอกเลยดีกว่าว่าคือบ้านนาบง อ.บ่อเกลือ จ.น่าน)

ได้รู้ว่ามีด้านดีก็ต้องมีด้านหม่น โลกนี้เป็นสีเทาเสมอ...อย่างช่วยไม่ได้

หลังผ่านสิบค่าย ข้าพเจ้าได้เรียนรู้อะไรอย่างหนึ่งว่านิสิตไม่ได้ช่วยเหลือชาวบ้าน ชาวบ้านต่างหากที่ช่วยเหลือนิสิต

สนามวอลเล่ย์ ศาลาหมู่บ้าน ห้องน้ำ ห้องวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ไม่ได้ทำให้ชีวิตชาวบ้านดีขึ้นสักกี่มากน้อย

แต่การไล่จับลูกอ๊อดในลำห้วย การปลูกพริกกลางแดดจ้า การกินข้าวกับฟักทองต้ม ฯลฯ ต่างหากที่ทำให้ชีวิตนิสิตจากเมืองหลวงดีขึ้น เป็นคนเต็มคนมากขึ้น เข้าใจโลกและชีวิตตามจริงมากขึ้น 

 ................................

"แล้วทำไมพี่เอฟอยากทำค่าย" หนึ่งในเก้าเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

"ตอนเด็กๆพี่ดูหนังเรื่องนี้ว่ะเฮ้ย คนดีที่บ้านด่าน เกี่ยวกับนักศึกษาไปออกค่าย พี่จำเรื่องไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่าโคตรมันเลย"

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบวง ใครบางคนแซว

"จำเรื่องไม่ได้แล้วพี่เอฟรู้ได้ไงว่าโคตรมัน" "มีอยู่จริงป่าวเนี่ย หนังเรื่องนี้ พี่เอฟอุปโลกน์ขึ้นมาเองป่าว"

จนกระทั่งสี่ปีให้หลัง ไบโอสโคปเล่มนี้ทำให้ข้าพเจ้าหวนนึกถึงเรื่องราวเย็นวันนั้น

.......................................

บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ชื่อนี้รับประกันคุณภาพได้ในระดับที่น่าพอใจ ผลงานในอดีตของคุณบัณฑิตกวาดทั้งเงินและกล่อง ไม่ว่าจะเป็น ซีรี่ส์บุญชู (2531-2538) กาลครั้งหนึ่ง เมื่อเช้านี้ (2537) อนึ่งคิดถึงพอสังเขป (2535) เป็นต้น แต่ไม่รู้ว่าทำไมผลงานช่วงหลังๆของแกถึงเจ๊งตลอด บางทีหนังไทยในแบบฉบับของบัณฑิต ฤทธิ์ถกลอาจจะพ้นสมัยไปแล้ว

แตเราเคยดู 14 ตุลา สงครามประชาชน จำได้ว่าชอบมาก (เราเป็นแฟนหนังสืออ.เสกอยู่แล้ว) คมคายได้ใจความ

ปี 2528 คนดีที่บ้านด่านออกฉาย เป็นปีที่เราเกิด จนถึงวันนี้เราก็ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ ไม่รู้จะหาดูที่ไหน

แต่ถ้าเราเป็นคุณบัณฑิต เราจะดีใจ

หนังเรื่องหนึ่ง

หนังสือเล่มหนึ่ง

เพลงเพลงหนึ่ง

ภาพวาดภาพหนึ่ง

รูปถ่ายรูปหนึ่ง

บทกวีบทหนึ่ง

หรือแค่วลีสั้นๆวลีหนึ่ง

หากสามารถผลักให้คนแม้เพียงหนึ่งคนออกเดินทาง

ไม่ว่าจะเดินทางออกไปข้างหน้าหรือเดินทางเข้ามาข้างใน

ก็นับว่าไม่เสียชาติแล้วที่เกิดมาเป็นศิลปิน

 

 

  

edit @ 19 Oct 2007 01:46:47 by IwalkTheLine

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากไปค่ายว่ะ พาไปหน่อยดิbig smile

#1 By *บลาสต์ on 2007-10-18 22:44

กูจำได้ว่า ตอบพี่เอ๊พไปว่า ก็เราอยู่อุทัย ถ้าไม่ไปก็ยังไง ๆ อยู่

แต่อย่างที่บอกว่ะ ว่าสำหรับกู ประเด็นมันไม่ใช่่ว่าไปไหน เมื่อไร ทำอะไร แต่สำคัญที่ไปกับ"ใคร"

เหมือนกูจะเคยดูคนดีที่บ้านด่านเลย ตอนช่องเจ็ดเอาหนังไทยเก่า ๆ มาฉายตอนกลางวันอ่ะ
แต่จำเหี้ยไรไม่ได้แล่้ว

เออ กูรักค่ายที่สุดแล้วว่ะ จากเหตุผลข้างต้นของมึง


ปล.แอบเหี้ยกับค่ายสามสบ แต่มันก้เหี้ยกลับ โดยอีตัวคุ่นสัตว์นรก

#2 By ตีสเว่ย (124.120.162.201) on 2007-10-19 00:34

ไล่จับลูกอ๊อด wink อึ๋ย~~~~

แวะมาทักทายหลังจากไม่ได้มาซะหลายวัน ง่วนอยู่กับการทำทีมใหม่ กับเวอร์ชั่นใหม่ของที่นี่


อ่านไปอ่านมาก็พอรู้เรื่อง แต่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ และไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย เลยจำลองบรรยากาศไม่ได้แฮะ

คิดถึงนะจ๊ะ คุณมุก


big smile
กูคนไม่ได้ทำค่าย แต่กูไปค่าย และเหตุผลที่ไปก็เพราะกูอยากใช้เวลาทำนู่นทำนี่กับพวกมึงว่ะ อย่างอื่นถือเป็นผลพลอยได้ sad smile

#5 By GroovyBee on 2007-10-23 22:51

เมิงกูไม่อยู่ไม่กี่วัน เมิงอัพซะเยอะ 55
แต่ดีว่ะ มีประเด็นและทำเอากู Nostalgia แม้ว่ากูจะไปค่ายกับพวกเมิงแค่ครั้งเดียวก็เหอะ

#6 By gallantfoal on 2007-10-23 23:32

เฮ้ยมึงอ่านแล้วขนลุกเลยว่ะควย กูตอบเหี้ยไรไปจำไม่ได้ แต่กูว่าคงจังไรทีเดียวว่ะ

อยากไปค่ายอีกว่ะ เหี้ยค่ายสุดท้ายของกูที่ห้วยคุยังดูไม่ฟิน

#7 By พีช (58.9.22.216) on 2007-11-27 21:10