ถึงคุณ, มูราคามิ

posted on 13 Sep 2007 14:55 by iwalktheline  in Books

*** นี่ไม่ใช่รีวิวหรือวิพากษ์หนังสือนะ เป็นการบอกเล่าความรู้สึกส่วนตัวของเราที่มีต่อหนังสือเล่มนี้เท่านั้น บังเอิญว่าน้องเมอร์เข้ามาคอมเม้นท์เอ็นทรี่ก่อนโน้นด้วยประโยคจากหนังสือเล่มนี้ไง

ทุกครั้งที่ฟังเพลงนี้ ความทรงจำเหนือจริงบางประการเกี่ยวกับการอ่านหนังสือเล่มหนึ่งจะฟุ้งขึ้นมาครอบครองพื้นที่ในจิตใจ

ความทรงจำเหนือจริงบางประการเกี่ยวกับอ่านหนังสือเล่มหนึ่งจะล่องลอยขึ้นมาครอบคลุมบรรยากาศรอบตัว

ไม่รู้ชัดว่าเป็นเพราะอิทธิพลของเสียงซีตาร์หรือเป็นเพราะว่าตัวหนังสือของมูราคามิ...

ก่อนมาถึง Norwegian Wood ข้าพเจ้าผ่านการผจญภัยในไตรภาคมุสิก(สดับลมขับขาน Hear the wind sing, Pinball 1973, แกะรอยแกะดาว The Wild Sheep Chase) มาโดยไม่มีส่วนใดในร่างกายชำรุดเสียหาย

หยิบ "ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย" ขึ้นมาอ่านโดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะถูกคุณลุงชาวญี่ปุ่นกระทำชำเรายับเยิน...ที่หัวใจ

ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าเคยทะนงตนเสมอว่าเป็นคนอ่านหนังสือเร็วและจับใจความได้แม่นยำ แต่ฮารุกิ มูราคามิปล่อยหมัดน็อกใส่ข้าพเจ้าตั้งแต่เล่มแรกของไตรภาคมุสิก

"โอ๊ย หนังสือเชี่ยไรเนี่ย เส้นเรื่องอยู่ไหนวะ ไอ้ห่า แล้วประเด็นของแม่งคือไรวะ แสดดดด"

จำได้ว่าอ่านไปด่าไปพลางแช่งคนเขียนให้ไปลงนรก 555

แต่ไม่รู้ว่าทำไมต้องซื้อพินบอล 1973 มาอ่านต่อทั้งที่คิดว่าคนเขียนมันบ้า หรือมูราคามิแกเล่นไสยศาสตร์ หงส์ร่อนมังกรรำใส่หนังสือ อันนี้อุบาทว์

จนมาถึง Norwegian Wood วันที่ข้าพเจ้าอ่านหนังสือเล่มนั้นข้าพเจ้าอายุ 19 ปี

ช่วงชีวิตตอน 19 หรือ 20 เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของชีวิต บุคลิกเฉพาะตัวจะก่อตัวขึ้นมาในช่วงนี้ หากปล่อยให้ภาพนั้นบิดเบี้ยวเสียรูปร่าง ภาพนั้นจะตามหลอนคุณ

ตอนนี้ข้าพเจ้าอายุ 22 แล้วแต่พิมพ์ประโยคนี้ไปยังรู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

ยิ่งอ่านยิ่งเศร้ายิ่งอ่านยิ่งจมลึก ต้องยอมรับประการหนึ่งว่าหนังสือของมูราคามิทำให้คนหมกมุ่นกับตัวเอง นาทีนั้นมันทำให้ข้าพเจ้าเฝ้าครุ่นคิดถึงชีวิตและวันเวลาของตัวเอง นาทีนี้มันทำให้ข้าพเจ้าเฝ้ารำลึกถึงวันเวลาในช่วงนั้น

วัยหนุ่มสาวนั้นหอมหวานและทุกข์ทรมานไปพร้อมๆกัน

เรามองโลกสดใส เพื่อจะพบว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เราตกหลุมรัก เพื่อจะรู้จักความเจ็บปวด

เราตั้งคำถาม เพื่อจะตามหาคำตอบที่ไม่มีอยู่จริง

เราฝันและหวัง เพื่อจะรู้ว่าต้องใช้พลังมหาศาล,ไม่ให้มันเลือนหายไปกับชีวิตจริง, ยังไม่พูดว่าต้องใช้พลังอีกเท่าไหร่ในการทำให้มันเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา

แต่นี่ใช่ไหม? ความหวานและความทรมานชนิดนี้ใช่ไหม? ที่เป็นเสน่ห์ของวัยหนุ่มสาว

เพราะความรู้สึกชนิดนี้เกิดขึ้นได้ช่วงเดียวในชีวิตคนเรา

"ฉันบกพร่องเว้าแหว่งมากกว่าที่คุณจะทราบได้ ความป่วยไข้ของฉันหยั่งรากลึกเกินกว่าที่คุณจะเดา

ตอนอ่านข้าพเจ้าเผลอคิดว่าเลสลี่ จางบินไร้ขาออกมาจาก Days of being wild

แต่ความบกพร่องเว้าแหว่งนั้นเป็นของมนุษย์ทุกคน เชล ซิลเวอร์สเตนวาดสมุดภาพ Missing Piece ออกมาเพราะเหตุนี้

หรือเราต้องการใครสักคนเพียงเพราะต้องการยืนยันกับตัวเองว่าเราสมบูรณ์?

ความตายดำรงอยู่, มิใช่ภาคตรงข้าม, หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

วันที่อ่านหนังสือเล่มนี้ข้าพเจ้าอายุ 19 ปี วันที่พ่อตาย,ข้าพเจ้าอายุ 18 ปี ไม่ทราบว่าจะเกินไปหรือไม่ ถ้าจะบอกว่าข้าพเจ้าเข้าใจโทรุเป็นอย่างดี-เมื่อนาโอโกะจากไป ข้าพเจ้าเคยคิดจะทำหนังถึงพ่อ-ผู้ชายธรรมดาผู้ซึ่งมีอาชีพเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน แต่บางเรื่องราวจำเป็นต้องอาศัยเวลาเพื่อทำความเข้าใจกับความรู้สึกและบาดแผลบางประการที่เป็นส่วนตัวเหลือเกิน วันไหนข้าพเจ้ามีความพร้อมทางจิตใจเพียงพอก็คงจะทำ เพราะรู้สึกว่าต้องทำ ไม่ได้จะทำเพื่อความยิ่งใหญ่ใดๆในโลกนี้ แค่รู้สึกว่าต้องทำ

เมื่อถึงบรรทัดสุดท้าย, เช่นเดียวกับภาพยนตร์บางเรื่อง หรือเพลงบางเพลงที่กระทบจิตใจข้าพเจ้าอย่างรุนแรง,ข้าพเจ้าไม่ร้องไห้ได้แต่นิ่งซึม ถามตัวเองในใจว่าลุงคนนี้มาทำกูทำไมวะเนี่ย???

เราทุกคนบกพร่องเว้าแหว่งและมีบาดแผลเป็นการส่วนตัว

หนังสือบางเล่มและนักเขียนบางคน

ตัวหนังสือของเขาทำให้ข้าพเจ้ารู้จักตัวเองดีขึ้น

หมายเหตุครั้งที่ 1ความดีงามของหนังสือมูราคามิภาคภาษาไทยครึ่งหนึ่งเป็นของคุณนพดล เวชสวัสดิ์ นักแปลระดับเทพผู้มาพร้อมสำนวนชำเราจิตใจ

หมายเหตุครั้งที่ 2

การอ่านหนังสือเล่มนี้พาข้าพเจ้ามาพบพานกับจอห์น, พอล, ริงโก้ และจอร์จ ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าเป็นเด็กสูตรโคตรๆ (สูตรการฟังเพลงของเด็กไทยที่เกิดในปี 2524-2529 อาร์เอส-คีตา-ฮอตเวฟยุคป๋าเต็ด-เบเกอรี่-แฟต เคยบ้าแร็พเตอร์จะเป็นจะตายนะเว่ย 555) ทว่าหมายเหตุท้ายเล่มที่มูราคามิบอกว่าแกฟังอัลบั้ม Sgt.Pepper's Lonely Hearts Club Bandซ้ำไปซ้ำมาระหว่างเขียนหนังสือเล่มนี้ ทำให้ข้าพเจ้าใคร่รู้ขึ้นมาทันทีว่าไอ้สี่หนุ่มนี้มันมีดีอะไร??? และข้าพเจ้าก็ตกหลุมรักสี่หนุ่มเลยเถิดมาจนถึงทุกวันนี้

หนังสือของมูราคามิทุกเล่มอวลไปด้วยกลิ่นวัฒนธรรมป๊อปตะวันตก ตัวเอกอ่านหนังสือของสก๊อต เอฟ.ฟิตซ์เจอรัลด์ เปิดผับแจ๊ซ ฟังเพลงสากล (เหล่านี้ก็คือตัวมูราคามิเองนั่นแหละ) อาจเป็นเพราะเหตุนี้-มันจึงร่วมสมัยและสากล ถ้าตัวเอกในหนังสือมูราคามิอ่านปลาบู่ทอง ฟังเพลงฉ่อย เขาคงไม่ดังในอเมริกา (ไม่ได้ดูถูกศิลปะพื้นบ้านไทยนะ แค่ยกตัวอย่างเฉยๆ กูก็โตมากับหนังจักรๆวงศ์ๆช่อง 7 ตอนเช้านั่นแหละน่า เกราะเพชรเจ็ดสี,โสนน้อยเรือนงาม,ดิน น้ำ ลม ไฟ 555 ใครไม่เคยดูถือว่าวัยเด็กไม่สมบูรณ์)

หมายเหตุครั้งที่ 3

แต่เพลง Norwegian Wood(This Bird Has Flown) นี่ไม่ได้อยู่ในอัลบั้ม Sgt.Pepper's Lonely Hearts Club Band นะ มันอยู่ในอัลบั้ม Rubber Soul ก็ไม่รู้ว่ายังไงของลุงแกเหมือนกัน ฟังอัลบั้มนึงแต่ผ่าไปเอาชื่อเพลงอีกอัลบั้มนึงมาตั้งเป็นชื่อหนังสือ

หมายเหตุครั้งที่ 4

สำหรับแฟนๆของลุง

http://www.onopen.com/2007/editor-spaces/2105

ป.ล.หอกลางจุฬาฯมีหลายเล่มเหมือนกัน นอกจากนี้ที่ข้าพเจ้าเคยอ่านก็มีการปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก (South of the border, West of the sun)อาฟเตอร์ เดอะ เควก (After the quake)รักเร้นในโลกคู่ขนาน (Sputnik Sweetheart), เริงระบำแดนสนธยา (Dance Dance Dance), แดนฝันปลายขอบฟ้า (Hard-boiled Wonderland and the End of the World) ใครเคยอ่านเล่มไหนแลกเปลี่ยนได้นะ อ้อ ใครมีนอกเหนือจากนี้เอามายืมหน่อย 555

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราชอบสำนวนที่ดูสบายๆแต่ลึกซึ้งของมุราคามิมากๆ
การแปลของคุณนพดลก็ช่างเข้าถึงอารมได้เป็ยอย่างดี
ยิ่งอ่านยิ่งหันมามองตัวเองว่าทำไมคำเหล่านั้นถึงได้เสียดแทงอารมของเรายิ่งนัก

#1 By Seiz on 2007-09-13 17:57

ไม่รีวิวก็เหมือนรีวิวแหละวะ 55+

เดี๋ยวจะไปหาอ่านให้หมดเลย ตอนนี้22แล้ว
อ่านแล้วมันจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างมั้ยเนี่ย

เพลงของสี่หนุ่มนั่นอะ ปกติฟังผ่านๆ
แต่ช่วงนี้รุสึกอยากตั้งใจฟังมากเลยว่ะ
หรือจะโดนมนต์สะกดเข้าให้แล้ว

#2 By *บลาสต์ on 2007-09-13 20:05

เชื่อมะ ยิ่งได้ยินชื่อตาคนนี้มากเท่าไร กูยิ่งไม่อยากอ่าน

เพราะกูเป็นคนขวางโลกหรือว่าโลกขวางกูวะ

เป็นเพราะบางครั้งกูเจอคนที่เทิดทูนมุราคามิยิ่งกว่าบุพการี แล้วเหยียดหยามประนามคนที่ไม่อ่านห่าอะไรอย่างกู (ตอนนี้กูอ่านแต่วรรณกรรมเยาวชนนิดๆหน่อยๆ เทียบไม่ได้กับเมื่อตอนสมัยเด็ก)

กูเคยโดนด่าว่า " อ่านหนังสือน้อย"

เชี่ยกูเจ็บ แม้ว่ากูจะอ่านน้อยจริงๆ แต่กูอ่านอะไรอย่างอื่นที่ไม่ใช่สื่อหนังสือ

กูอ่านน้อยแต่ใช่ว่าโลกกูจะแคบหรือใจกูแคบ

ขอโทษที่พูดถึงเรื่องมุราคามิไม่ได้ แม้ว่างานเค้าจะระดับเทพอย่างที่ใครๆยกย่องก็ตามที

ชีวิตกูคงไม่ใช่แนวมุราคามิ ในตอนนี้ แต่กูก็ไม่คิดจะไปขวนขวายว่ะ

ถ้าเราจะเจอกันก็คงเจอ ไม่แน่อีกสิบปี ผัวคนที่สิบสามของกูอาจจะยื่นให้กูอ่านก็ได้

#3 By gallantfoal on 2007-09-13 22:34

งี้ก็แสดงว่ากูไม่ใช่เด็กตามสูตรอ่ะดิ
กูฟังเบเกอรี่ตั้งแต่มันยังไม่ดัง แต่กูก็ไม่ได้ชอบอะไรมันมากมายจนถึงบัดนี้

กูยังสติลฟัง อาร์เอส แกรมมี่ แม้ว่าเพลงมันจะเหี้ยประสาทแดก

ส่วนแฟตเหรอ ถ้าไม่ได้นั่งในรถพี่กูกูไม่คิดจะไปคลื่นนี้เลยว่ะ

กูฟังแต่เพลงสากล เพลงฝรั่ง ทั้งๆที่ฟังมาเป็นสิบปี แต่กูร้องเพลงฝรั่ง(เอาแบบให้จบเพลงและไม่ผิด)ได้ไม่ถึงสิบเพลง เหี้ยเนอะ

ตอนนี้กูยังดูพระทินวงศ์อยู่นะจะบอกให้ ถ้ากูตื่นทันอ่ะ

#4 By gallantfoal on 2007-09-13 22:41

^
^
เฮ้ย มึงใจเย็น กูโอเค ถึงมึงไม่อ่านไอ้ลุงยุ่นนี่ กูก็นับมึงเป็นเพื่อนเว่ย

ป.ล.พระทินวงศ์หนุกปะ? เดี๋ยวนี้กูตื่นไม่ทันแล้ว

#5 By IwalkTheLine on 2007-09-14 01:40

ลองไปอ่านบล็อกของพี่ grappa ดู คนนี้ก็สายมูราคามิเหมือนกัน 55

#6 By visuallyyours on 2007-09-14 08:21

อ่านไปอ่านมา เป็นบล็อกที่มีความเมาดีจริงๆ จากบทสนทนาระหว่างปุ้มและมุกเนี่ย 5555
เหมือนเจ้าพ่อสองคนเถียงกันเรื่องเพลงอาร์เอส 5555

#7 By visuallyyours on 2007-09-14 08:23

ไม่ได้อ่านแนวนี้ลยค่ะ เลยไม่ค่อยรู้ว่าอะไร ดูเหมือนคุณมุกข์เป็นคนรักการอ่านนะคะ ดีจัง ส่วนใหญ่จะอ่านแนว How to ทั้งหลายแหล่ และก็อ่านงานของอ.นิธิ เอียวศรีวงศ์บ้างค่ะ แต่ตอนนี้ชอบทำอาหารค่ะเลยมีแต่Cook Book เต็มไปหมดเลยค่ะ

#8 By มดแดง (125.24.16.171) on 2007-09-14 09:50

ม๊ะรู้เรื่องอีกแว้ววววว

ฟังแต่เพลงละกัน

ปกติบีอ่านหนังสือพวกที่มีแต่ตัวหนังสือเยอะ ๆ ไม่ได้หรอก ปวดตา

แต่ถ้าชอบจริง ๆ ก็อ่านได้ ไม่มีหวั่น
^
^
คุณมดแดงแรงฤทธิ์นี่ใครวะ?? เขียนชื่อเล่นฉันได้ถูกต้อง ใคร??? บอกมาเดี๋ยวนี้เลย

#10 By IwalkTheLine on 2007-09-14 14:01

ต๊าย หลังๆ เธอ refer ถึงชื่อชั้นบ่อยจัง เค้าเขินน้า (ล้อเล่น 555)

ต่อไป ขอเข้า "ลิเกโหมด"


ข้าพเจ้าอ่าน Norwegian Wood เมืออายุย่าง 19 ปีเหมือนกัน ณ วันนั้นข้าพเจ้ามี text วิชา Financing Accounting กองอยู่ตรงหน้า ด้วยความเบื่อระบบเส็งเคร็งของช่องขนานเดบิต-เครดิตเสียจนจะอาเจียนออกมามาเป็นตัวเลข ข้าพเจ้าจะผละจากตำราฝรั่งเล่มหนา แล้วก็ลุ่มหลงกับหนังสือเล่มดังของมูราคามิแทน

ข้าพเจ้าอ่านนิยายเล่มนี้จบภายในคืนเดียว

ประโยคที่ยังคงฝังจำในสมองของข้าพเจ้าจากนิยายเล่มนี้คือ

"สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการรักนาโอโกะมาตลอดก็คือ เธอไม่เคยรักผมเลย"

ความประหลาดแปร่งอย่างหนึ่งคือ ขอความนี้ปรากฏตัวตั้งแต่ท้ายบทที่สองของหนังสือ (หากจำไม่คลาด) แต่หากมันมีความรุนแรงทั่วตลอดจนถึงอักษรสุดท้าย

4 ปีผ่านไป ข้าพเจ้ายังคงฝังลึกกับเสียงรำไห้ของประโยคดังกล่าวต่อไป...

ป.ล. ดู Tony Tokitani หรือยัง ที่สร้างจากเรื่องสั้นของมูราคามิ ถ้ายังโปรดรีบหามาดู เจ๋งมาก

----------------

ถึง ปุ้ม

ฉันจะบอกให้ว่าการที่แกไม่เคยอ่านและไม่คิดอ่าน Murakami และไม่อิน/ไม่ชอบกับหนังเรื่อง Lily Chou-Chou

ถือว่าแกเป้นคนโชคดีมาก

ฉันอิจฉาแก

#11 By merveillesxx (58.8.117.97) on 2007-09-14 16:37

ไม่รู้ได้อ่านยัง

http://www.bioscopemagazine.com/smf/index.php?topic=541.0

#12 By merveillesxx (58.8.117.97) on 2007-09-14 16:43

มีชื่อคุณที่ profile แล้วก็เห็นเพื่อนๆคุณเรียกกันในคอมเม้นท์ เลยถือวิสาสะเรียกชื่อคุณแบบคนอื่นเค้าบ้าง โทษทีนะ

#13 By มดแดง (125.24.25.53) on 2007-09-14 17:18

กร๊าก เมิงง กูไม่ได้อะไรนะ เพียงแต่คนเชี่ยๆคนหนึ่งทำกูเจ็บแสบเท่านั้นเอง ไม่มีไรมาก ชิลๆเว่ย 555

พระทินวงศ์กูว่าเรื่องมันปัญญาอ่อนนะ แต่กูก็ดูเป็นครั้งคราวดูไปก็ด่าไป แต่กูว่าตัวร้ายจักษ์ๆวงศ์ๆนี่เล่นดีว่ะ

ไว้กูถอดฟันเหล็กจะไปสมัครค่ายสามเศียรมั่งดีกว่า
เมิงไปกะกูมะ 55

#14 By gallantfoal on 2007-09-14 17:58

เฮ้ย ที่เขียนอันนี้
เป็นเอ็นทรี่ที่มีคอมเม้นท์เยอะสุด
ตั้งแต่เขียนมาเลยปล่าววะ 55+
เหมือนห้องแชตเลยว่ะ

#15 By *บลาสต์ on 2007-09-14 18:07

ยังอายุไม่มากเลย บอกว่าชักแก่ไปแล้ว (ที่ไปบอกที่บล็อกพี่น่ะ )

อ่านคอมเม้นท์แล้วขำดี โลกนี้คงมีคนสองประเภท ประเภทที่ "เว้าแหว่ง" และ "ไม่เว้าแหว่ง"

หนังสือที่พี่ชอบที่สุดของมูราคามิ คือ แกะรอยแกะดาว มันอาจเหมาะกับคนที่ทำงานมาสักพักแล้วน่ะ ถ้านอร์วีเจียนวูดบอกว่า วัยหนุ่มสาวคือวัยดีที่สุด และเราก็กลับไปไม่ได้อีกแล้ว

แกะรอยแกะดาว อาจจะบอกว่า อุดมคติของชีวิตบางอย่าง มันล่มสลายไปแล้ว
( ขนาดนั้น ) แต่เราก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป

พี่อ่านหนังสือทุกเล่มของมูราคามิที่แปลออกมาแล้ว และหนังสือภาษาอังกฤษบางเล่มที่วิเคราะห์งานของมูราคามิ
แนะนำให้อ่าน คาฟก้า ออนเดอะชอร์
มันเป็นหนังสือที่ให้แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แก่ผู้อ่าน

กำลังคุยกันเรื่องมูราคามิ ที่นี่ด้วยจ้า
http://www.bioscopemagazine.com/smf/index.php?topic=541.0

ป.ล. พ่อพี่ตายคอนพี่อายุ 18 เหมือนกัน เราน่าจะมีอะไรที่ "เว้าแหว่ง" เหมือนกันนะนี่

#16 By grappa (58.9.203.128) on 2007-09-14 20:55

ตอบน้องเมอร์
แซวว่าฉันสำนวนลิเกเหรือเพ่? ที่บอกว่าเคยรู้จักแตงโมตอนม.ต้นน่ะ หมายถึงตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว แต่ตอนม.2 นี่เกือบจะสนิทกันเลยนะ ดูเราภูมิใจกับโพรไฟล์นี้ยังไงก็ไม่รู้เนอะ 555

ตอบคุณมดแดง
ขอโทษคุณอย่างรุนแรง เห็นว่าสะกดชื่อเล่นถูกเป๊ะ เลยนึกว่าคนตัวเป็นๆที่รู้จักกันตามมาแกล้ง ขอโทษจริงๆ เข้าใจผิดอ่ะ ถ้ายังเข้ามาอ่านอยู่ก็เรียกชื่อเล่นได้นะ ไม่ว่ากัน

ตอบพี่ grappa
สงสัยต้องหยิบ แกะรอยแกะดาว มาอ่านอีกซักรอบ เพราะรู้สึกว่านาทีนี้ต้องรับมือกับ "อุดมคติบางประการในชีวิตที่กำลังล่มสลาย" อยู่น่ะค่ะ

#17 By IwalkTheLine on 2007-09-15 03:55

วันนี้ชั้นเพิ่งผ่านหน้าปากซอยบ้านแตงโมแหละ (บ้านอยู่ใกล้กันอ่ะ แต่ไม่เคยไป กลัว..)

เพิ่งอ่าน "ไหม" จบ เมื่อคืนแหละ ดีมากเลย

#18 By merveillesxx (58.8.237.190) on 2007-09-15 21:22

นับถือครับ นับถือ

#19 By warong (58.64.106.90) on 2007-09-17 00:08

อีมุกหาว่ากูขอบผู้ชาย แอ๊บแบ๊ว
ที่เชี่ยคือ แอบตรงว่ะ 555

#20 By gallantfoal on 2007-09-17 13:28

โห...20 เม้นท์แล้วเหรอเนี่ย

นี่ ๆ แอบนินทาชาวบ้านเค้าไม่ดี
นะ

แหม.. คิดถึงก็บอกเถอะน่า ไม่ต้องไปบ่นให้ปลาฟังหรอก 55555 ล้อเล่น

หายไปหลายวัน กลับมาพร้อมกับเรื่องดี ๆ

จีบคนนั้นติดแล้วย๊ะ
ดูแล้ว เอ็มวีนั้นอะ เชื่อมโยงกันได้อย่างน่าประหลาด 55+

ประโยคเด่นประจำวัน เออ ก็แด่ะ
กับ ฉันชอบแก แต่เค้าน่ะ ชอบเธอ

#22 By *บลาสต์ on 2007-09-25 15:24

ชอบthe beatlesด้วย ชอบคาราวานด้วย, ดีครับ
ยินดีที่ได้รู้จัก
จะติดตามต่อครับ

#23 By chubbyhole on 2007-09-25 19:36

อีมุกข์ บล็อกเมิงผีสิง
ตะกี้กูกำลัง ชูนิ้วกลางให้เอนทรี่มิล่าของเมิงอยู่ แม่งหายไปไหนแล้ว เอากลับมาด้วย!!

#24 By gallantfoal on 2007-09-25 20:33

สาดดดดดด

เคยอ่านอันนี้แล้ว แต่ไม่เคยคอมเม้น 5555

#25 By GroovyBee on 2007-11-13 11:35

แต่ไม่เคยอ่าน*คอมเม้น พิมพ์ตก 555

#26 By GroovyBee on 2007-11-13 11:39

ผมมีทุกเล่มที่แปลเป็นไทย ของ มูระกามิ
อยากอ่านเล่มไหนครับ

#27 By O Freunde on 2008-01-11 02:58

#28 By (203.113.40.72) on 2008-02-20 23:52

อยากฟังเพลงที่พูดถึงใน Norwegian Wood แต่หายากเหลือเกิน ตั้งแต่ EMI ปิดตัว เล่มใหม่ล่าสุดที่แปลเป็นไทย After Dark (ราตรีมหัศจรรย์)จะวางแผงต้นสิงหานี้ล่ะ ไม่รู้จะมีเพลงเยอะ ๆ เหมือน Norwegian รึเปล่า

#29 By synn (125.24.150.126) on 2008-07-20 15:18

ขอเชิญร่วมงาน รวมพลคนอ่านและไม่อ่านงานมูราคามิ วันที่ 18 สิงหาคม 2551 ที่ร้าน Parking Toys ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://gammemagie.blogspot.com ค่ะ

#30 By สนพ. กำมะหยี่ (125.24.169.183) on 2008-08-07 23:00