อุดมการณ์ can't eat.
posted on 02 Sep 2007 05:23 by iwalktheline in AboutLifeตอนนี้กำลังคลั่งไคล้คอลัมน์ "จุดไฟในนาคร" ของคุณชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ ใน www.onopen.com อย่างแรง เฝ้ารอด้วยใจจดจ่อว่าเมื่อไหร่คุณชัชรินทร์จะอัพเดทคอลัมน์แกซักที อันนี้คือบทความชิ้นล่าสุด http://www.onopen.com/2007/01/2131
กรุณาอ่านตั้งแต่บทความชิ้นแรกไปจนถึงชิ้นปัจจุบัน แล้วจะรู้ว่า...โลกนี้มันเหี้ยได้ใจกูจริงๆ ใครที่คิดว่าโลกคือความสดใสสวยงาม เปลี่ยนความคิดเดี๋ยวนี้เลยโว้ย โลกคือความชั่วช้าอัปรีย์จัญไรที่เอาใจคนชั้นต่ำอย่างกูไปเลย
แต่ความสถุลทรามชนิดนี้ก็มีความดีในตัวของมันนะ
เมื่อไหร่ที่พบเจอความงดงามของโลกหรือชีวิตก็ตาม เล็กน้อยสักแค่ไหน เราจะมองมันให้เต็มตา-รู้สึกกับมันให้เต็มหัวใจให้ได้หวังว่าโลกแม้เพียงเศษเสี้ยว...มันยังดีอยู่
เข้าเรื่องตามชื่อเอ็นทรี่
48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้ยินคำนี้ 3 ครั้ง จากคน 3 คน
เพื่อนมัธยม,ป้ารหัส,พี่รหัสถามเรื่องงาน ด้วยความยโส(ทั้งๆที่โง่)สุดๆ ตอบไปว่าตอนนี้เราขอไฟต์ก่อนเพื่อจะได้ทำงานที่เราอยากทำ
อุดมการณ์กินไม่ได้ครั้งที่ 1:ยังยโสอยู่ คิดว่ากูจะกินให้ดู และจะมีชีวิตที่ดีด้วย
อุดมการณ์กินไม่ได้ครั้งที่ 2:ความเชื่อมั่นเริ่มสั่นคลอน แต่ยังแอบคิดว่า แหม อาจจะกินได้ก็ได้นะจ๊ะ
อุดมการณ์กินไม่ได้ครั้งที่ 3:พ่อมึงตายยย (แค่สบถนะ พ่อใครอย่าเสือกตายจริงๆล่ะ)กูแดกหญ้าแทนข้าวก็ได้วะ หรือไม่งั้นก็ไปเต้นอโกโก้แถวพัฒน์พงษ์แม่งเลย (เคยไปเดินดูตอนปีสอง เป็นประสบการณ์ที่ Amazing โคตรๆ)
อ.เสก-เสกสรรค์ ประเสริฐกุลเคยเขียนไว้ที่ไหนสักแห่งว่า (โดยประมาณนะ ไม่เป๊ะ ไม่มีหนังสืออยู่ใกล้มือให้ค้น ให้เพื่อนยืม ถ้าหนังสือกลับมาค่อย editอีกที)"วิญญาณแห่งการผจญภัยนั้นหากไม่เกิดขึ้นในวัยหนุ่มสาว ไฉนเลยจะเกิดขึ้นในวัยชรา มิพักต้องพูดถึงความกล้าหาญอีกเล่า"
เราก็แค่อยากไฟต์ให้สุดตีนก่อนเพื่อชีวิตที่เราอยากได้ เพื่อการงานที่เราใฝ่ฝัน ถ้ามันถึงจุดที่จะอดตายไม่มีจะแดกจริงๆ เราก็คงยอมอ่ะนะ
ทำไมต้องเรียกความต้องการชนิดนี้ว่า "อุดมการณ์ที่แดกไม่ได้"
คนอยากเป็นสาวพีอาร์ คนอยากเลี้ยงม้าหัวหิน คนอยากกิน+ขายกล้วยแขก คนอยากเป็นยามละแวกกุ๊งกิ๊ง(อะไรวะ?!!?)คนอยากซิ่งรถสองแถว คนอยากแจวเรือข้ามฟาก คนอยากเป็นแมงดา คนอยากเป็นเหี้ยเป็นห่าอะไรตั้งเยอะแยะ
ผู้คนเหล่านั้นก็อาจมีจุดมุ่งหมายในวิชาชีพแตกต่างกันไป ไม่เห็นมีใครไปพูดว่า เฮ้ย อย่ามีอุดมการณ์เลยมึงน่ะ
ตอนเข้ามาคณะนี้ ที่นี่
(ที่เพิ่งไปแดกเหล้าเลี้ยงละคร"เปิด(กระ)โป(ร)งคอนแวนต์"ฟรีๆมาน่ะนะ)เด็กปีหนึ่งทุกคนต้องเข้าห้องเชียร์ และหัดร้องเพลงต่างๆนานา
มีเพลงหนึ่งชื่อว่า
"มาร์ชสื่อสารมวลชน"
นักสื่อสารมวลชน ผองเราทุกคนเป็นสื่อสัมพันธ์
สื่อกลางระหว่างสถาบัน ประชาสัมพันธ์กับปวงประชา
ให้ความรู้จริงทุกสิ่งสรร เข้าใจในกันเป็นยอดปรารถนา
เป็นแสงสว่างสร้างความศรัทธา ให้ประชาสุขสถาพรชัย
ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เสริมส่งน้อมนำประชาธิปไตย
ให้ความบันเทิงเริงใจ เราเป็นสายใยของสังคมชน
ที่จริงยังมีต่อ แต่ไม่ต้องรู้หรอก มันพีคไปแล้ว ที่เหลือค่อนข้างเวิ่นเว้อ
ก็แค่ขอเข้มงวดกับชีวิตที่จะใช้ต่อไปทั้งหมดที่เหลืออยู่ (ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่านานเท่าไหร่ ถ้าพรุ่งนี้ตายก็ช่วยกันไปงานศพด้วยนะ)ก็แค่ไม่อยากปล่อยไหลไปเรื่อยเปื่อย อะไรก็ได้ อะไรก็ทำ อะไรก็เอา
แค่กูอยากทำอะไรที่มีความหมายกับโลกนี้บ้าง ทำไมต้องเรียกซะอลังการว่ามันคือ"อุดมการณ์"ด้วยละเนี่ย
หรือกูดูเป็นนักฝันสมบูรณ์แบบ เป็นพวกวิ่งไล่คว้าอากาศอะไรทำนองนั้น?
และแน่นอน รู้สึกได้ถึงน้ำหนักของความคาดหวังบางประการ
ที่มาจาก
สังคม
ครอบครัว
คนรอบตัว
คนที่พบเจอ
ไม่รู้จะยอมแพ้เมื่อไหร่ แต่คาดว่าไม่ใช่เร็วๆนี้
(ตราบใดที่ยังพอมีจ๊อบให้เก็บกินน่ะนะ)

เออ เจอพูดแบบนี้บ่อยๆ ที่จริงต้องบอกว่าแทบทุกอาทิตย์
เพราะครูที่ทำงานพิเศษ กรอกหูทุกวันเลยว่ะ
ก็ได้แต่เงียบแล้วฟัง เพราะขี้เกียจอธิบาย
ครูบอก เราต้องทำงานดีๆ มีการศึกษาดีๆ
ผู้ชายดีๆจะได้เอาเป็นภรรยา ส่วนเรื่องความฝัน
ที่อยากเป็นนักดนตรี อยากมีกิจการของตัวเอง
ก็ทำได้ แต่มันก็ยาก ต้องมีต้นทุน
สรุปคือ จะไม่ให้ฝันมาก ว่างั้นเหอะ
ไม่รู้ว่ะ ฝันไปแล้วและฝันอยู่
และจะทำตามฝัน เมื่อก่อนก็คิดนะว่า เรียนจบ
ทำงาน รับราชการ แต่งงาน อยู่บ้าน เลี้ยงลูก
เวรละ กูจะทำได้มั้ยเนี่ย มาถึงตอนนี้แล้ว
ตอบได้เลยว่า ทำไม่ได้ว่ะ 55+
มีแววว่าจะต้องกินแกลบแน่ๆ ถ้าจบมา
แต่ถึงยังงั้นก็ ยังจะทำอยู่ดีล่ะ ตามฝันๆ
#1 By *บลาสต์ on 2007-09-05 05:48