All About Books
posted on 07 Apr 2007 20:17 by iwalktheline in Booksเมื่อวานไปสมัครงานพิธีกรกบนอกกะลา
คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก นั่งอยู่ในออฟฟิศทีวีบูรพาประมาณชั่วโมง คนเดินเข้ามาสมัครประมาณยี่สิบห้าล้านคน โทรเข้ามาถามทุกสามวินาที สงสารคนรับโทรศัพท์ต้องพูดประโยคเดิมทุกสามวินาที เห็นว่าคนสมัครถึงตอนนี้ประมาณแปดร้อย - เอาหนึ่ง ... สวัสดีค่ะ
เมื่อวานซืนไปสัปดาห์หนังสือ
เอานิตยสารนิสิตนักศึกษาฉบับ FEAT.เก้าสิบเล่มไปฝากแจกที่บูธสำนักพิมพ์วงกลมกะโอเพ่น ใครได้รับแจกอ่านแล้วเข้ามาฝากคำวิจารณ์ได้นะจ๊ะ
ได้ต่วยตูนเก่าๆมาสี่เล่ม ได้ Openbooks มาสี่เล่ม + Genderism ของโตมร ศุขปรีชา(ฝากเธอ)มีตังค์ซื้อแค่นี้แหละ จนจะตายห่า บัณฑิตตกงานโว้ย
1.ที่เกิดเหตุ ของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์
ตามมาตั้งแต่เล่มแรกๆ เขียนหนังสือดี มีประเด็นแม่นยำ ชัดเจน ภาษาสวย ได้คำได้ความ มีสไตล์ มีลายเซ็น ชอบเกือบทุกอย่าง ยกเว้นแค่ว่าเค้าเขียนแบบโคตรผู้ชายอ่ะ เข้าใจปะ?
มันมีมายาคติแบบผู้ช๊าย ผู้ชาย ความเหนือกว่าของวิธีคิดแบบชายเป็นใหญ่แฝงฝังอยู่แทบจะทุกบรรทัด - เราไม่ได้ขอความเท่าเทียม แต่จะ Deconstruct วิธีคิดแบบนี้และเปลี่ยนแปลงโลกในแบบของเรา,ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ชอบหรือไม่เคารพคนแบบนี้นะ พี่ชายคนนึงที่เรานับถือก็เป็นคนแบบนี้แหละ คนแบบบ้าความเป็นเพศชายน่ะ เราก็ยังนับถืออยู่ดี เพราะความเชื่อของคนมันก็มีหลายแบบ เราแค่เชื่อไม่เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเกลียดกัน
ส่วนเรื่อง Deconsruction วิธีคิดแบบชายเป็นใหญ่ มันเป็นเรื่องสำคัญนะ เพราะวิธีคิดแบบนี้ มันก่อให้เกิดความรุนแรงเชิงโครงสร้าง คือครอบงำกันตั้งแต่ระดับสามัญสำนึก ยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงแต่งตัวหวือหวาก็ว่า อีดอกนี่แต่งตัวโป๊ เดี๋ยวโดนข่มขืนจนได้ บางทีคนพูดประโยคนี้ก็เป็นผู้หญิงด้วยกันนั่นแหละ คือมันผิดประเด็นอ่ะ แต่งตัวโป๊ก็เพราะอยากสวย อยากให้คนมอง มันเป็นสิทธิเสรีภาพเหนือร่างกายของตัวเอง ไม่ได้แต่งเพราะอยากมีผัวเป็นไอ้หน้าส้นตีนที่ไหนที่ไม่รู้จักควบคุมความเงี่ยนน่ะนะ มันเป็นการควบคุมทางสังคมเหมือนคำว่า ขุนแผน กับคำว่า วันทอง อ่ะ
สังคมไทยยังมีความรุนแรงทางโครงสร้างอยู่เยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ เรื่องสถานะ เรื่องชนชั้น
คงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ขยันถึงจะรวย คนจน-จนเพราะขี้เกียจ
แต่ไม่มีใครพูดถึงโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆของสังคมที่ล้วนแล้วแต่ถูกกันไว้ให้ชนชั้นกลางทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น
สร้างเขื่อนอ้างว่าเพื่อการพัฒนา ชาวบ้านไม่มีที่ทำกิน ไฟฟ้าที่ได้จากเขื่อนถูกป้อนให้เมืองและอุตสาหกรรม
อยากเข้ามหาวิทยาลัยดี เด่น ดัง ไม่มีตังค์เรียนหมอเผ่าจะมีปัญญาเข้าไหม?
ฯลฯ ก็เป็นเช่นนี้แล
ไม่ได้เรียกร้องความเท่าเทียม เพราะนั่นคือยูโทเปีย คือโลกพระศรีอาริย์
มาร์กซิสต์ไม่ใช่คำตอบ เพราะเห็นกันแล้วมันเป็นไปไม่ได้จริง
แต่ที่อยากจะบอกก็คือให้มองเห็นกันบ้าง
ชาวบ้านมานอนหน้าทำเนียบ อย่าพูดพล่อยๆว่าเกะกะ รถติด รับจ้างมา
มาประท้วงราคาผลผลิต อย่าพูดไม่คิดว่าจะเอาอะไรกันนักหนา
เพราะมันน่าทุเรศ แสดงให้เห็นสติปัญญาและสามัญสำนึกของคนพูด
มองออกไปให้ไกลกว่าตัวเอง แล้วสังคมของเราจะดีขึ้น
เออ นอกเรื่องยาวมาก ไม่ใช่เรื่องที่ตั้งใจจะเขียนเลย แล้วเดี๋ยวบลอกกูก็ยาวเหยียดอีก (ครูยุ้ยไม่ยอมอ่านบอกว่า เขียนอะไรยาวยืด)
ชอบที่เกิดเหตุ เพราะส่วนหนึ่งชอบวรพจน์อยู่แล้ว (แยกจากเรื่องนั้นนะ) แล้วก็ชอบที่คนเขียนพยายามให้เห็นภาพรอบด้านของเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ดีมากที่ไม่พยายามบิ๊วท์ เพราะจริงๆแล้วมันก็ง่ายนะ ถ้าจะเขียนให้สะเทือนใจ (สารภาพว่าอ่านข่าวครูจูหลิงแล้วร้องไห้ทุกครั้ง) แต่บางทีความสะเทือนใจมันก็ง่ายดายเหลือเกินที่จะนำไปสู่ความเกลียดชัง แล้วเราก็คงห่างไกลสันติภาพออกไปทุกที
2.ลม ฟ้า อาหาร ของ โตมร ศุขปรีชา
Brand Loyalty อีกแล้ว จากหญิงสาวผู้ตกหลุมรักพระพุทธเจ้า ถึง Genderism ก็ต้องบอกว่าชอบนักเขียนคนนี้จังเว้ย เค้าเคยมาพูดในคลาสวิชา JR Editing ด้วยนะ ขอลายเซ็นไว้ด้วย เค้าก็ดูงงๆ ยังไม่ได้อ่านละเอียด ไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากรู้สึกว่าชอบบรรยากาศของหนังสือเล่มนี้ คือหนังสือมันมีบรรยากาศนะ
3.Open 52 Matisse Issue
ยังไม่ได้อ่านเลย แต่พลิกๆดูแล้วรู้สึกว่าอยากอ่าน แล้วก็โคตรชอบปกเลยเอามา
4.หูหาเรื่อง ของ เผ่าจ้าว กำลังใจดี
อยากจะเรียกมันว่า จดหมายรักถึงดนตรี ของจักรพันธุ์ ขวัญมงคล บก.แฮมเบอร์เกอร์,อดีตบก.นิตยสาร Play อ่านแล้วคิดถึงงานแฟตครั้งที่สอง ที่สวนสนุกชั้นบนของอิมพีเรียล ลาดพร้าว ตอนนั้นเราอยู่มอหก ขอบูธขายหนังสือทำมือ คือตอนนั้นคิดว่าหนังสือตัวเองเจ๋งแล้วไง จริงๆแล้วโคตรสะเหร่ออ่ะ ใครซื้อไปตอนนั้นอนุญาตให้มาเอาเงินคืน 555 ตั้งชื่อหนังสือว่า It's now safe to turn on your mind น่าเกลียดชิบหาย คือตอนนั้น Windows98 ก่อนปิดเครื่องมันจะขึ้นว่า It's now safe to turn off your computer เลยเอามาตั้งเป็นชื่อหนังสือ...อัปรีย์จัญไร
แล้วออกบูธข้างๆบูธของหนังสือ Play แล้วทิ้งบูธไปดูคอนเสิร์ตตลอดเวลา ฝากพี่ที่ Play ช่วยขายให้ เค้าก็ใจดี๊ ใจดีช่วยขายให้ด้วย
หนังสือคือไทม์แมชชีน มันทำให้วันเวลาเก่าๆที่บางครั้งเราอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เหมือนเพลง เหมือนหนัง เหมือนภาพวาด ที่มีความสามารถย้อนเวลาได้
นอกจากความใจดีของพี่บูธ Play หนังสือเล่มนี้ยังทำให้ย้อนกลับไปคิดถึงความสัมพันธ์ มิตรภาพ และความช่วยเหลือของเพื่อนในวันนั้น ที่ช่วยกันทำให้ความฝันของเพื่อนกลายร่างเป็นรูปเล่มวันนี้ทุกคนกลายเป็นบัณฑิตตกงานโดยพร้อมเพรียงกันคืนวันวิ่งผ่านเราไปรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีก็มาไกลเหลือเกินจากจุดเดิม
ไกลจนบางทีหาทางกลับไปไม่เจอ
4+1.Genderism ของ โตมร ศุขปรีชา
อย่างที่คำ ผกาเขียนไว้ในคำนำ โตมรสอยเรื่องเพศลงมาจาหอคอยงาช้าง ทำให้เรื่องที่เคยพูดคุยกันอยู่แต่ในวงวิชาการปรากฏสู่ความรับรู้ของคนทั่วไป (รวมเราด้วย)
จริงๆแล้วเรื่อง Gender ไม่ใช่เรื่องใหม่ในแวดวงวิชาการไทย มีการพูดถึงมาระยะหนึ่งและแน่นอน สังคมตะวันตกพูดถึงเรื่องนี้กันมาตั้งยุค 70's แต่พูดถึงในระดับชีวิตประจำวัน ไม่มีใครตระหนักถึงอำนาจโครงสร้างทางสังคมที่ควบคุมเรื่องเพศของเราทุกคนอยู่
คนใจกว้างทุกคนควรจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ (ก่อนจะขยับไปหาเอกสารวิชาการเป็นลำดับต่อไป-ซึ่งแนะนำให้ถามดร.โสภาวรรณ บุญนิมิตร)
ใครรู้ตัวว่าใจแคบ อย่าอ่านเลย เชื่อเถอะ เสียอารมณ์เปล่าๆ
ใครรู้ตัวว่าใจแคบ แต่ไม่อยากโลกแคบ ก็ควรอ่าน ถึงจะอารมณ์เสีย แต่ก็คุ้มค่าที่จะได้รู้ว่าโลกเค้าไปถึงไหนกันแล้ว
แต่ถ้าชอบอยู่ในกะลาก็ไม่ว่ากัน
ได้หนังสือน้อยลงทุกปี
เพราะว่ากูจนลงทุกปี หรือว่า กูอ่านหนังสือน้อยลงทุกปีวะ
ปีนี้กูกลับได้หนังสือการ์ตูนมา 15 เล่ม "นานะ" กูรีบบอกไว้ก่อน ไม่ใช่ว่ากูไปซื้อการ์ตูนโป๊ 55 แต่การ์ตูนโป๊ที่ว่านั่นมันก็คือการ์ตูน Y ที่แม่งเสือกโดนจับ แล้วกูไปซื้อไม่ทัน แอบคิดว่าสมควรที่โดนจับ เอาการ์ตูนวายไปขายในงานที่ลูกเด็กเล็กแดงเดินกันให้ขวักไขว่ สมควรอยู่หรอกนะ
แต่ที่กูโกรธ คือพวกผู้ใหญ่ประสาทแดก คิดอะไรแบบเหมารวม ได้ข่าวว่า มันจัด "รันม่า" เข้าไว้ในหมวดการ์ตูนโป๊ด้วยว่ะ สัด
เดี๋ยวนี้เมืองไทยมือถือสากปากถือศีลเข้าทุกวัน เป็นประเทศฟรีคๆ มีอีตัวโชว์ปิงปองกันโจ๋งครึ่ม แต่เซ็นเซอร์ก้นโนบิตะและฉากซิซูกะอาบน้ำเพราะยั่วยุทางเพศ
เออ ใครเห็นตูดโนบิตะแล้วอยากตุ๋ยมั่ง วะ
#1 By gallantfoal on 2007-04-07 22:27